Saturday, March 12, 2011

เรื่องย่อ สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา


สะไภ้ไม่ไร้ศักดินา



สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา ละครสะใภ้ไม่ไร้ศักดินา ละครช่อง3


ละครสะใภ้ไม่ไร้ศักดินา บทประพันธ์โดย : ปิ่นเพชร

ละครสะใภ้ไม่ไร้ศักดินา บทโทรทัศน์โดย : ภควดี แสงเพชร

ละครสะใภ้ไม่ไร้ศักดินา กำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตร

ละครสะใภ้ไม่ไร้ศักดินา ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3



เรื่องย่อ สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

ปลิว ลม (พรชิตา ณ สงขลา) และ อาชา (สุกล ศศิจุลกะ) หลังจากที่ได้แต่งงานเธอก็มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ ปลาณี หรือ น้ำแข็ง (นปภา ตันตระกูล) เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่ความรักโดยเฉพาะ คุณนายศรีสอางค์ (ปิยมาศ โมนยะกุล) ผู้เป็นย่า ที่รักเธอมากกว่าใคร น้ำแข็งเธอเป็นสาวสวยเปรี้ยวซ่ามีเพื่อนร่วมกลุ่ม 2 คนคือ พลอย (ดวง อัทธเสรี) และ แป๋ม (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) กลุ่มสาวสวย รวยเปรี้ยวซ่า



น้ำแข็งมีแฟนหนุ่มชื่อ โอเว่น (กิจเกษม แมคแฟดเดน) นักร้องหนุ่มชื่อดังที่กำลังโกอินเตอร์ โอเว่นจะไปเรียนต่อเมืองนอก น้ำแข็งจะไปด้วย แต่ปลิวลมไม่ยอมและให้น้ำแข็งไปอยู่กับ ปรุงใจ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ที่บ้านนาแกลบเป็นเวลา 6 เดือน



ณ บ้านนาแกลบ กำนันแผน (เวนซ์ ฟอลโคเนอร์) เศรษฐีที่รวยที่สุดในหมู่บ้านมีลูกชายอยู่ 2 คนคือ เก่ง (อเล็กซ์ เรนเดอล์) ลูกชายคนเล็กและ กล้า (ดนัย จารุจินดา) ลูกชายคนโต เก่งมีสมุนอยู่สองคนคือ ห้าว (เอ เชิญยิ้ม) สมุมมือขวาและ อ่าง (เอก วิชัย) สมุมมือซ้ายมา ถึงบ้านปรุงใจน้ำแข็งถึงกับปากค้าง ปลิวลมเห็นสีหน้าน้ำแข็งจึงบอกให้เธอเปลี่ยนใจ แต่น้ำแข็งบอกว่าจะอยู่ต่อ เพราะต้องการไปอยู่กับโอเว่น



ปรุงใจแนะนำให้รู้จักกับ กุ้งเต้น (อชิตะ สิขมานา) ที่ปรุงใจเก็บมาเลี้ยง น้ำแข็งเจอเก่งและสมุนน้ำแข็งก็ถูกเก่งแกล้งโดยการให้กินอึ่งอ่างและกิ่งกา เก่งสะใจแต่น้ำแข็งไม่ยอมเปิดศึกขว้างปาของ กุ้งเต้นมาเจอจึงพากลับบ้าน



น้ำแข็งทนกับสภาพแบบนี้ไม่ไหวจึงขู่ให้กุ้งเต้นพาเข้าเมือง น้ำแข็งซื้อทุกอย่างที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง น้ำแข็งเปิดแอร์จนไฟดับทั้งหมู่บ้าน เก่งกับคนในหมู่บ้านพากันมาประท้วงที่หน้าบ้านของปรุงใจเธอจึงโทรหาปลิวลม ปลิวลมจึงมาที่บ้านนาแกลบทันที



น้ำ แข็งกับเก่งพนันแข่งกันหาเงินใครแพ้จะต้องล้างส้วมให้ผู้ชนะ ปรุงใจไม่สบายเพราะหาบขนมจีนขาย น้ำแข็งจึงจำใจเจรจากับเก่งเพื่อขอเปิดร้านขนมจีนใกล้ ๆ ร้านหมูกระทะ แต่เก่งไม่ยอม น้ำแข็งจึงท้าเก่งหาบขนมจีนขาย 3 วันหากน้ำแข็งชนะเก่งต้องยอม แต่น้ำแข็งชนะเพราะเสียงร้องของเธอและท่าเต้นของกุ้งเต้นเก่งจึงยอมแบ่งร้าน และเป็นทาสรับใช้ 1 วัน



สิ่งแรกที่ขอคือโทรศัพท์ของเก่งและรีบโทรหาโอเว่นทันที น้ำแข็งได้ยินเสียงผู้หญิงและโทรสับก็ตัดไป จึงขอให้เก่งพาไปร้านอินเตอร์เน็ตแต่เก่งไม่พาไป น้ำแข็งจึงโบกรถเข้าเมืองเอง เธอถูกรถชนแต่ไม่เป็นไรมากเพราะหมอกล้าช่วยไว้ทัน และเธอก็ได้รู้ว่าโอเว่นคบหาอยู่กับแป๋มเพื่อนสนิทของเธอ ทำให้เธอเสียใจมากและประกาศว่าจะต้องจีบหมอกล้าเป็นแฟนให้ได้ เก่งเสียใจและอกหักจึงหนีไปจากหมู่บ้าน



โอเว่นเลิกกับแป๋มละกลับมาง้อน้ำแข็ง แต่เธอไม่สนใจทำให้โอเว่นเสียหน้าและสัญญาว่าเอาคืนและแย่งน้ำแข็งกลับมา โอเว่นแกล้งปล่อยข่าวร้านหมูกระทะของเก่งไม่สะอาด เก่งโกรธมากแต่น้ำแข็งห้ามไว้จึงทำให้เก่งคิดว่าเธอปกป้องโอเว่น เก่งเสียใจและหนีที่บ้านนาแกลบจัดงานประจำปีมีการแข่งขันร้องเพลงน้ำแข็งและ เก่งลงแข่งขันด้วย แต่ผลออกมาน้ำแข็งเป็นฝ่ายชนะเพราะเก่งสละสิทธิ์ และเก่งก็ได้สารภาพกับน้ำแข็งว่าเขารักเธอแต่สู้พี่ชายไม่ได้ พอพูดจบเก่งก็วิ่งหายไปและไม่มีใครเจอเขาอีกเลย



หมอกล้ากลับมาพร้อมกับพลอยและเห็นน้ำแข็งซึม ๆ จึงบอกว่าเก่งอยู่ไหนโอเว่นคิดแผนเผายุ้งบ้านปรุงใจไฟลุกลาม น้ำแข็ง พลอย กุ้งเต้น หนีออกมาได้แต่ปรุงใจติดอยู่ข้างใน เก่งมาเจอจึงเข้าไปช่วยทั้ง 3 ออกมาได้อย่างปลอดภัย น้ำแข็งบอกเลิกกับหมอกล้า



ปลิว ลม อาชา ศรีสอางค์ มาเยี่ยมและบอกกับน้ำแข็งว่าครบ 6 เดือนแล้วที่เธออยู่บ้านนาแกลบ ปลิวลมยอมให้เธอไปเรียนต่อเมืองนอก พลอยและหมอกล้าบอกน้ำแข็งว่าเก่งจะออกจากหมู่บ้านเพื่อไปค้นหาตัวเอง เธอจึงรีบไปหาเก่งแต่ไม่เจอ น้ำแข็งเสียใจมากที่คนที่เธอรักและรักเธอคือเก่ง



ในวันรับน้องน้ำแข็งเจอเก่งในมาดเฟรชชี่ เก่งบอกกับน้ำแข็งว่าไม่กล้าสู้หน้าและไม่คู่ควรและจะกลับตัวใหม่ขอให้น้ำ แข็งให้โอกาสและรอจนกว่าจะเรียนจบ น้ำแข็งจะยอมรับเก่งเป็นผู้ชายคนเดียวที่เป็นแฟนเธอ ติดตามชม ละครสะใภ้ไม่ไร้ศักดินา ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3



รายชื่อนักแสดงนำในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

ณปภา ตันตระกูล รับบท น้ำแข็ง ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

อเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบท เก่ง ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

พรชิตา ณ สงขลา รับบท ปลิวลม ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

ดนัย จารุจินดา รับบท หมอกล้า ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

ดวง อัทธเสรี รับบท พลอย ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ รับบท แป๋ม ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

กิจเกษม แมคแฟดเดน รับบท โอเว่น ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

สุกล ศศิจุลกะ รับบท อาชา ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

อชิตะ สิขมานา รับบท กุ้งเต้น ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

ปวีณา ซารีฟสกุล รับบท ปรุงใจ ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

ปิยมาศ โมนยะกุล รับบท ศรีสอางค์ ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

เอก วิชัย รับบท อ่าง ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

เอ เชิญยิ้ม รับบท ห้าว ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

เวนซ์ ฟอลโคเนอร์ รับบท กำนันแผน ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

พวง เชิญยิ้ม รับบท แหล่ม ในละคร สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา

หนูเล็ก ก่อนบ่าย รับบท อ๋อย ในละคร สะใภ้ไม่ไร้
 

Sunday, February 27, 2011

มหาบุรุษจางจวีเจิ้ง

จาง จวีเจิ้งได้เผชิญประสบการณ์ความผันผวนอันร้ายกาจทางการเมืองนับแต่เริ่มรับราชการเมื่ออายุยี่สิบหกปีในรัชศกหลงชิ่ง ซึ่งการปกครองอ่อนแอและเกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวาง ก่อนจะไต่เต่าขึ้นมาตามตำแหน่งเรื่อย ๆ ต่อมาจาง จวีเจิ้งได้ร่วมมือกับมหาอำมาตย์เกา ก่ง (จีน: 高拱; พินอิน: Gāo Gǒng) ในการบริหารราชการร่วมกัน ก่อนจะหันไปร่วมมือกับมหาขันทีชื่อ เฝิง เป่า (จีน: 馮保; พินอิน: Féng Bǎo) เพื่อบีบบังคับให้เกา ก่งออกจากราชการกลับไปยังบ้านเกิด และจาง จวีเจิ้งก็เข้าสวมตำแหน่งมหาอำมาตย์แทน




แม้จะได้ตำแหน่งมาโดยวิธีการอันมิชอบ ทว่า การบริหารอย่างประเสริฐ และรัฐประศาสโนบายอันเข้มแข็งด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจ ซึ่งจาง จวีเจิ้งดำเนินไปในระยะเวลาสิบปีของการอยู่ในตำแหน่งมหาอำมาตย์นั้น ส่งผลให้ยุคสมัยของเขารุ่งเรืองที่สุดในราชวงศ์หมิง จาง จวีเจิ้งเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องการรวมศูนย์อำนาจการปกครอง การจำกัดเอกสิทธิ์ของชนชั้นสูง และการสำรวจที่ดินเพื่อปฏิรูประบบภาษี ในบั้นต้นรัชศกว่านลี่ซึ่งเสวยราชย์แต่ทรงพระเยาว์นั้น จาง จวีเจิ้งยังปฏิบัติหน้าที่สำคัญหลายประการ ทั้งเป็นพระอาจารย์ของพระมหากษัตริย์ และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นอาทิ ในฐานะพระอาจารย์นั้น จาง จวีเจิ้งมีอิทธิพลต่อพระมหากษัตริย์ และพยายามประคับประคองพระมหากษัตริย์ตลอดพระชันษาอันเยาว์วัยให้ตลอดรอดฝั่ง ทว่าเมื่อว่านลี่เจริญพระชันษาขึ้น กลับทรงเบื่อหน่ายและมีพระราชหฤทัยรังเกียจจาง จวีเจิ้งขึ้นโดยลำดับ เหตุว่ามีพระราชสันดานใฝ่ในกามราคะ และมีพระราชประสงค์จำนงหมายจะบริหารอำนาจการปกครองโดยลำพัง ขณะที่จาง จวีเจิ้งกลับคอยกวดขันพระราชจริยวัตรเป็นอาจิณ นอกจากนี้ จาง จวีเจิ้งยังมิอาจควบคุมรายจ่ายของราชสำนัก เหตุว่าว่านลี่ทรงใช้พระราชทรัพย์เปลืองไปในทางปรนเปรอพระองค์เป็นอันมาก[3][4]



เมื่อจาง จวีเจิ้งถึงแก่อสัญกรรมใน ค.ศ. 1582 อันเนื่องมาจากความเหนื่อยล้าที่ทุ่มเทเพื่อแผ่นดินจนมิได้พักผ่อนติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน ส่วนการปฏิรูปของจาง จวีเจิ้งที่กำลังไปได้ก็ดีนั้น ว่านลี่ก็มีพระราชโองการให้ยกเลิกบ้าง และไม่ทรงนำพาบ้าง ทั้งยังไม่ทรงปฏิบัติพระราชกิจเช่นที่เคย ไม่ทรงออกว่าราชการมากขึ้นโดยลำดับ กลับทรงแสวงแต่จะสำราญพระราชหฤทัย ทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์อย่างสุรุ่ยสุร่าย และขูดรีดประชาชนอย่างกว้างขวาง จนส่งผลให้ราชวงศ์หมิงล่มสลายอย่างช้า ๆ



อนึ่ง เมื่อจาง จวีเจิ้งถึงแก่อสัญกรรมแล้วไม่ถึงสองปีนั้น ว่านลี่ก็มีพระราชโองการให้ถอดยศจาง จวีเจิ้งย้อนหลัง ให้ทำลายป้ายเกียรติคุณและผลงานต่าง ๆ ของจาง จวีเจิ้ง ให้ประหารตระกูลจางทั้งตระกูล และให้ริบราชบาตรเสียสิ้น[3]



จนเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษหลังจากนั้น ในรัชสมัยฉงเจิน ผู้ทรงพระราชอุตสาหะจะกอบกู้บ้านเมืองที่กำลังล่มจมลงอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปกครองอันเหลวแหลกโดยพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ หน้า ฉงเจินได้ทรงพระอนุสรถึงจาง จวีเจิ้ง และได้มีพระราชโองการให้คืนเกียรติยศทั้งปวงให้แก่จาง จวีเจิ้ง ให้อนุรักษ์บ้านพักที่เขาเคยอาศัยในมณฑลหูเป่ย์ และให้สร้างรูปเคารพของเขาไว้หน้าบ้าน ซึ่งปัจจุบันจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจาง จวีเจิ้ง[

บทสนทนาเรื่องตำราสี่เล่มใน ค.ศ. 1573 จาง จวีเจิ้งได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแก่ว่านลี่ซึ่งอรรถกถาตำราคำสอนขงจื๊อสี่เล่ม ขนานชื่อว่า "บทสนทนาเรื่องตำราสี่เล่ม" (จีน: 四书直解; พินอิน: Si Shu Zhijie; อังกฤษ: Colloquial Commentary on the Four Books) และอรรถกถาของจาง จวีเจิ้งได้รับตีพิมพ์เผยแพร่ในระหว่าง ค.ศ. 1573 ถึง ค.ศ. 1584




เมื่อจาง จวีเจิ้งถึงแก่อสัญกรรมแล้ว อรรถกถาดังกล่าวรอดพ้นจากการถูกล้างผลาญตามพระราชโองการของว่านลี่ และได้รับตีพิมพ์เผยแพร่อีกในราว ๆ ค.ศ. 1651 ถึง ค.ศ. 1683 ผู้อ่านต่างยกย่องว่าเป็นหนังสือดีอย่างประเสริฐเล่มหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน[6]



ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 17 อรรถกถาดังกล่าวของจาง จวีเจิ้งก็เป็นที่เลื่องลือยิ่งขึ้น เมื่อคณะมิสชันนารีนิกายเยซูอิตเข้ามาเผยแพร่คริสต์ศาสนาในจีน เพราะจาง จวีเจิ้งตั้งใจเขียนให้เป็นปรัชญาสั่งสอนพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระเยาว์ในฐานะที่เป็นพระอาจารย์ โดยใช้ภาษาเรียบง่ายเพื่อให้เด็กอ่านแล้วเข้าใจ ชนิดเรียบง่ายยิ่งกว่าอรรถกถาที่ลัทธิขงจื๊อใหม่เขียนเผยแพร่ในภายหลัง ทำให้อรรถกถาของจาง จวีเจิ้งได้รับการอ้างถึงเป็นอันมาก และต่อมาก็ได้พิมพ์เผยแพร่ในกรุงปารีสเมื่อ ค.ศ. 1687[7]



[แก้] ในวรรณกรรม

ป้ายโฆษณาภาพยนตร์จีนชุด "ว่านลี่โชวโฝ่วจางจวีเจิ้ง"ในหนังสือสารคดีของ เรย์ หวง (อังกฤษ: Ray Huang) เรื่อง "1587 : อะเยียร์ออฟโนซิกนีฟีแคนซ์" (อังกฤษ: 1587: A Year of No Significance, "ค.ศ. 1587 ปีที่ไม่มีอะไรสำคัญ") จางจวีเจิ้งเป็นตัวละครเอก



ในวรรณกรรมอินเทอร์เน็ตอันเป็นที่นิยมมากในจีนแผ่นดินใหญ่ เรื่อง "เดอะหมิงไดนาสตีส์อีเวนส์" (อังกฤษ: The Ming Dynasty's Events, "เหตุการณ์บ้านเมืองหมิง") จางจวีเจิ้งก็เป็นตัวละครเอก



ใน ค.ศ. 2006 จีนแผ่นดินใหญ่ได้จัดทำภาพยนตร์ชุด เรื่อง "ว่านลี่โชวโฝ่วจางจวีเจิ้ง" (จีน: 万历首辅张居正; พินอิน: wàn lì shǒu fǔ zhāng jūzhèng, "มหาอำมาตย์จาง จวีเจิ้ง ของว่านลี่") ชื่อภาษาอังกฤษว่า "The Great Reformer" นำแสดงโดย ถัง กั๋วเฉียง และทีวีไทยนำออกฉายในประเทศไทยเมื่อกลาง ค.ศ. 2010 ให้ชื่อว่า "มหาบุรุษ จางจวีเจิ้ง"

Thursday, February 3, 2011

แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง

เรื่องย่อ แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง


เมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา ในช่วงสมัยของราชวงศ์โชซอน ประเทศเกาหลียังคงปกครองด้วยกฎเกณฑ์ที่ผู้ชายมีอำนาจมากกว่าผู้หญิง แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง สร้างมาจากเรื่องจริงของประวัติศาสตร์เกาหลี นำเสนอเรื่องราวของ แดจังกึม หญิงสาวคนแรกของเกาหลีที่เป็นแพทย์รักษาอาการเจ็บป่วยให้กับเชื้อพระวงศ์ ในหลวง เธอเป็นเด็กที่เกิดในครอบครัวสามัญชนที่มีฐานะยากจน เธอได้สูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก แต่โชคก็ยังเข้าข้างเมื่อเธอได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาการปรุงอาหารในพระราช สำนัก ด้วยความที่เป็นเด็กฉลาดจึงทำให้เธอกลายเป็นแม่ครัวมือหนึ่งที่ได้รับความ ไว้วางใจจากเชื้อพระวงศ์

ต่อมาเธอถูกใส่ร้ายว่าวางยาพิษ กษัตริย์จุงจง จึงถูกขับไล่ออกจากวัง แต่ภายหลังเธอก็ได้ไปศึกษาวิชาแพทย์และสามารถกลับมารักษาพระองค์ได้ในที่สุด อย่างไรก็ดีเล่ห์กลของคนในวังและอำนาจทางการเมืองก็มักจะเป็นอุปสรรคให้เธอ ต้องฝ่าฟันอยู่เรื่อย หนำซ้ำเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันก็ยังกลายมาเป็นคู่แข่งที่สร้างปัญหาให้เธอ ตลอดเวลา แต่เธอก็ได้ใช้สติปัญญาต่อกรกับศัตรูที่มีอยู่มากมายในพระราชสำนัก เพื่อให้มาตรฐานทางสังคมเกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งในประวัติศาสตร์ของเกาหลี ไม่เคยมีสตรีผู้ใดทำได้เช่นเธอ





รายชื่อนักแสดง






ลียองเอ รับบท แดจังกึม



จีจินฮี รับบท มินจุงโฮ



ปักอุนฮุย รับบท เยินเซ็ง



ฮงลีนา รับบท แชกึมยอง



โชจินอุน รับบท แดจังกึม ( วัยเด็ก )



ยิมโฮ รับบท กษัตริย์จุงจง



ลองเมกิง รับบท ฮันซังกุง



ลีนิงซี รับบท ลองโน



จิงเมลี รับบท แชซังกุง



ลียุนจี รับบท ชองซังกุง

ต้องการดูซีรี่ย์อื่นๆ ไปที่คลับนะคะ


http://series_entertain.club.mthai.com

Friday, June 12, 2009

เรื่องย่อ: ก๊วนกามเทพ



“ก๊วนกามเทพ”
บทประพันธ์ วัตตราบ
ทละครโทรทัศน์ ปณธี - ภควดี
กำกับการแสดง วีระชัย รุ่งเรือง
ผลิตโดย บริษัท ดวงมาลีมณีจันทร์ จำกัด
ผู้จัด จันทร์จิรา จูแจ้ง
ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 19.15 น. ทางช่อง 3


ถึงแม้ ดวงดาว บุตรสาวคนโตจาก ตระกูลทรัพย์สถิตย์ จะเคยพลาดหวังจากการเป็นสะใภ้แห่ง อภิบูรณา มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากที่ ไพลิน แม่ของ รองเมือง ไม่ยอมมาสู่ขอเธอให้กับรองเมืองบุตรชาย แต่กลับไปรับ วารี ลูกผู้ดีเก่า มาเป็นสะใภ้แทน แต่ดวงดาวก็ยังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่ ก้องไกร ผู้เป็นสามีเคยบอกยก เกษรา บุตรสาวเพียงคนเดียวให้ไปเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาตกแต่งกับ วาทิต ลูกชายของรองเมืองและวารีให้ได้ ถึงแม้คุณ เรือนทอง ผู้เป็นยาย ดวงเดือน และ ดวงแก้ว ผู้เป็นน้าของเกษราจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นของดวงดาวก็ตาม เพราะยังเจ็บแค้นใจไม่หาย ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม แต่ดวงดาวก็ยังคงยืนยันที่จะให้เกษราพิสูจน์ถึงคุณค่าของหญิงสาวแห่งตระกูลทรัพย์สถิตย์ให้ได้ ทั้งยังเป็นการรักษาคำมั่นของผู้เป็นสามีอีกด้วย


เรือนทองรู้สึกผิดไม่น้อย ที่ส่งเกษราไปเรียนต่อที่เมืองนอกเสียนาน เพื่อเป็นการถ่วงเวลาไม่อยากให้เกษราแต่งงานกับวาทิต เพราะหลังจากที่เกษราเดินทางกลับมาจากฝรั่งเศส เกษราก็กลายเป็นสาวฝรั่งจ๋า เปรี้ยวจี๊ด ชนิดที่ไม่เหลือความเป็นกุลสตรีไทยเอาไว้เลย ดวงดาวจึงเริ่มปฏิบัติการขั้นแรก ด้วยการหาครูมาอบรมขัดเกลากิริยา


มารยาทของเกษราเสียใหม่ โดยมี เพ็ญแข อดีตครูใหญ่ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของคุณเรือนทอง หลังจากที่โรงเรียนได้ถูกปิดลง รับอาสาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำหน้าที่นี้เอง เพ็ญแขพยายามส่งครูฝีมือดีมาอบรมเกษราแล้วหลายคนด้วยกัน แต่ทุกคนก็ต้องถอยร่นกลับไป ด้วยเพราะทนฤทธิ์เดชของเกษราไม่ไหว สุดท้ายเพ็ญแขจึงต้องดั้นด้นไปตามหาบรรดาครูเพื่อนเก่า ซึ่งแต่ละคนก็มีฝีไม้ลายมือระดับเจ้าของรางวัลกันทั้งนั้น แล้วเธอก็ได้พบกับครู เพลินตา เป็นคนแรก ซึ่งในอดีตเพลินตาเคยพานักเรียนไปกวาดรางวัลการประกวดปรุงและตกแต่งอาหารระดับประเทศมาหลายรางวัล แต่ปัจจุบันสาวใหญ่ก็กลายเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ในตลาดโดยมี สายไหม น้องสาวเป็นผู้ช่วยไปเสียแล้ว ครู สมพร ซึ่งเป็นครูสอนวัฒนธรรมไทย และมารยาทที่เคยพาเด็ก ๆ ไปกวาดรางวัลการประกวดมารยาทดีเด่นมาแล้วก็กลายเป็นเจ้าของ ค่ายมวยสมพรยิม สืบทอดกิจการครอบครัวหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตลง ส่วนครู นวลน้อย อดีตครูสอนนาฏศิลป์ก็กลายเป็นครูสอนหางเครื่องรำซิ่งโชว์ตามคาเฟ่ให้กับ โชค ผู้เป็นหลานชาย เพ็ญแขเริ่มหมดหวังจากเพื่อน ๆ ทั้งสามของเธอ เพราะนอกจากทุกคนจะไม่เหลือคราบความเป็นครูคนเก่าอีกแล้ว แต่ละคนก็แทบจะไม่อยากกลับไปเป็นครูเหมือนดังเดิมอีก มีเพียงค่าตอบแทนที่เพ็ญแขนั้นเสนอเอาไว้ชนิดที่เรียกว่าสูงลิบ เพื่อจูงใจเพื่อน ๆ ให้กลับมาทำงานในหน้าที่เหมือนเดิมเท่านั้นที่ทิ้งไว้ให้ทุกคนคิด แล้วเพ็ญแขก็เดินทางกลับมากรุงเทพฯ ด้วยความหวังที่เลือนราง


รองเมืองตั้งใจที่จะให้วาทิตแต่งงานกับเกษราเหมือนเดิม เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาสัญญากับเพื่อนเก่าอย่างก้องไกรแล้ว เขายังสำนึกในบุญคุณในครั้งที่ก้องไกรยังมีชีวิตอยู่ และได้เกื้อกูลช่วยเหลือเขาเรื่องเงินทองจนสามารถมีฐานะอยู่ได้ดีจนถึงทุกวันนี้ เมื่อรองเมืองรู้ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเกษราได้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว เขาจึงไม่รอช้ารีบเชิญเกษรามาทานข้าวที่อภิบูรณาทันทีเพื่อเป็นการดูตัวและผูกสัมพันธ์ของคนทั้งสองตระกูลเข้าด้วยกัน แต่ทุกอย่างก็กลับดูเหมือนจะไม่เป็นใจเพราะทั้งไพลินประมุขแห่งอภิบูรณา ซึ่งเป็นผู้ดูแลอภิบูรณาอยู่ขณะนี้ และ รำไพ ผู้เป็นป้าหัวโบราณที่ประชดไพลินด้วยการไม่ทำอะไร นอกจากใช้สมบัติเก่าไปวัน ๆ เพราะไพลินบังคับให้เธอแต่งงานกับคนลวงโลกพ่อของ รุ่งทิวา จนชีวิตครอบครัวของเธอต้องพังทลายลง รพีพรรณ ผู้เป็นอาของวาทิต ซึ่งชอบเข้าสังคมและพูดคุยแต่เรื่องนินทาว่าร้ายชาวบ้านตลอดเวลา ทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ ก็แสดงท่าทีไม่ชอบใจเกษราตั้งแต่แรกเห็น ที่สำคัญเธอไม่อยากให้คนของทรัพย์สถิตย์มาร่วมใช้นามสกุลเดียวกับเธอรวมไปถึงวาทิตด้วย เพราะนอกจากเกษราจะไม่มีกิริยามารยาทเหมือนกุลสตรีไทยแล้ว เธอยังแต่งตัวเป็นสาวเปรี้ยวจัดชนิดที่ชายหนุ่มทนรับไม่ไหว ผิดกับเขาที่เป็นคนคร่ำเคร่งอยู่ในกฎระเบียบแห่งชีวิต ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับ กิ่งแก้ว เพื่อนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยซึ่งมีความงามพร้อมแล้วเกษราก็ตกรอบแรกไปเลย แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านความหวังที่เกษราจะได้เป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาก็เรืองรองขึ้นมาทันที เมื่อสามอาจารย์เดินทางมาที่ทรัพย์สถิตย์พร้อม ๆ กัน ถึงแม้แต่ละคนจะแสดงท่าทีไม่ลงรอยกันเพราะต่างคนต่างมั่นใจในความเป็นหนึ่งของตัวเอง แต่ทุกคนก็เริ่มทำงานด้วยความตั้งใจ แม้จะต้องล่าถอย อ่อนใจไปบ้างในบางครั้ง เมื่อเกษราออกฤทธิ์ทำท่าไม่สนใจเรื่องวิชาความรู้ต่าง ๆ ที่อาจารย์ทั้งสามสอนให้ จะลุกจะนั่งก็ดูขัดหูขัดตา แถมยังแต่งตัวหวือหวาไปซะทุกอย่าง ซ้ำยังชอบชวนอาจารย์ทั้งสามออกไปท่องราตรีในยามค่ำคืน
เกษราถูกเรียกตัวไปที่อภิบูรณาบ่อยครั้งขึ้น เพื่อทดสอบเรื่องกิริยามารยาท ซึ่งเกษราเองก็แสนจะเบื่อหน่าย ในการที่คุณไพลินจะต้องทานอาหารตำรับชาววังแทบทุกมื้อ ต้องฟังดนตรีไทย บางครั้งก็จะมีทั้งรุ่งทิวาบุตรสาวของรำไพและกิ่งแก้วมาคอยบรรเลงให้ฟัง แถมเธอยังต้องอ่านหนังสือให้คุณย่าไพลินฟังอีก แต่ความน่าเบื่อหน่ายเหล่านี้ก็ค่อย ๆ จืดจางลงเมื่อเกษราได้พบกับ คุณปู่พจน์ ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตอยู่ที่เรือนหลังเล็ก เธอมีโอกาสได้พูดคุยกับชายชราด้วยบ่อยครั้ง จนกลายเป็นความผูกพัน เพราะนอกจากวาทิตแล้วสมาชิกในบ้านอภิบูรณาไม่เคยมีใครหันมาสนใจดูแลปู่พจน์เลย เมื่อวาทิตได้รู้จากผู้เป็นปู่ว่าเกษรามักจะมานั่งเป็นเพื่อนคุยคลายเหงา ชายหนุ่มจึงเริ่มมองหญิงสาวในทางที่ดีขึ้น ยิ่งเมื่อวันที่เขาเกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน เกษราก็รีบพาเขาไปหาหมอและดูแลปรนนิบัติอย่างดี จึงยิ่งทำให้ชายหนุ่มเห็นความดีและความอ่อนหวานในตัวเกษรามากยิ่งขึ้นไปอีก


ครูทั้งสามต่างก็แข่งกันที่จะสอนให้เกษราเรียนได้ดีที่สุดในวิชาของตนเอง ถึงแม้บางครั้งจะถูกดวงเดือนกับดวงแก้วคอยขัดขวางการเรียนการสอนอยู่บ้าง เพราะผู้เป็นน้าก็เห็นด้วยกับเรือนทองที่ไม่ต้องการให้หลานสาวตกไปเป็นสะใภ้ของบ้านอภิบูรณา ทั้ง เพลินตา สมพร และนวลน้อย ต่างก็พยายามที่จะให้ตนเองได้เป็นครูเพียงคนเดียวของเกษราเพื่อที่จะได้เงินก้อนโตตามที่เพ็ญแขเคยเสนอให้ไปจัดการหนี้สินของตนเองเกษรารับรู้ถึงปัญหานี้จึงอาสาที่จะขอเงินพิเศษเพิ่มให้จากเพ็ญแข ทำให้ครูทั้งสามเพิ่มความรักในตัวเกษรามากขึ้นและยอมร่วมมือกันที่จะทำให้ลูกศิษย์ของตนเองเข้าไปเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาให้ได้


ในงานเลี้ยงฉลองแซยิดคุณไพลิน เกษรากับอาจารย์ทั้งสามต้องกลายเป็นแม่งานไปโดยปริยาย หลังจากที่รำไพและรพีพรรณวางแผนให้ เอียด แม่บ้านใหญ่และ ล้อม ผู้เป็นหลานสาวลาพักร้อน แล้วแกล้งโทร.ไปปรึกษากับดวงดาวเรื่องงานเลี้ยง ดวงดาวเองก็ได้โอกาสที่จะโชว์ฝีมือของลูกสาวจึงตกปากรับคำให้เกษราเป็นแม่งานในครั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าเกษราเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้แห่งอภิบูรณาเรือนทองไม่ยอมไปร่วมงานครั้งนี้ และยังยืนยันที่จะไม่ร่วมวงศ์ตระกูลกับอภิบูรณาเหมือนดั่งเดิม เพลินตา สมพร และ นวลน้อย ช่วยกันเนรมิตงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีรุ่งทิวายื่นมือมาช่วยเรื่องงานครัวบ้าง จึงทำให้เธอสนิทสนมกับเกษรามากยิ่งขึ้น กิ่งแก้วแสดงการรำอวยพรเพื่อเป็นของขวัญให้กับไพลิน ซึ่งก็ทำให้คุณย่าชอบใจไม่น้อย วาทิตเองก็พลอยทึ่งในความสามารถของหญิงสาวไปด้วย ส่วนเกษรานั้นเตรียมการรำฉุยฉายเอาไว้ แต่เกิดความผิดพลาดชุดเกิดหายไปอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอจึงต้องโชว์จินตลีลาเพลงบัวขาวแทน โดยมีครูทั้งสามช่วยกันร้องเพลงสดให้ แต่เหมือนโชคเข้าข้าง เพราะเพลงบัวขาวคือเพลงโปรดของไพลิน สร้างความประทับใจให้กับหญิงวัยกลางคนไม่น้อย วาทิตเองก็เริ่มทึ่งและพึงใจในตัวของเกษรา มีเพียงแต่กิ่งแก้วเท่านั้นที่ไม่พอใจกับภาพที่หล่อนได้เห็น
งานแต่งงานของเกษรากับวาทิตถูกจัดขึ้นในเวลาต่อมา ทั้ง ๆ ที่ไพลินก็ยังไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นัก วาทิตเองก็ทำไปเพื่อไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นลูกที่อกตัญญู ดวงดาวมั่นใจว่าลูกสาวของตนเองนั้นจะเป็นสะใภ้ที่ดีได้ เรือนทองมอบที่ดินผืนใหญ่ให้เป็นของขวัญในวันแต่งงาน ซึ่งก็ถึงกับทำให้รำไพและรพีพรรณอิจฉาในความร่ำรวยอย่างแท้จริงของบ้านทรัพย์สถิตย์ ส่วนกิ่งแก้วนั้นก็มีความหวังว่าทั้งสองจะต้องหย่าขาดจากกันในเวลาไม่นาน หลังจากที่รำไพและรพีพรรณได้พูดให้ความหวังว่าทั้งสองคนไม่ได้รักกัน ที่วาทิตแต่งงานด้วยเพียงเพื่อต้องการพยุงฐานะของอภิบูรณาไว้เท่านั้น เกษราเองก็เป็นเพียงสะใภ้แต่ในนาม เธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับวาทิตฉันท์สามีภรรยาทั่วไป


เกษราขอเวลาในการปรับตัวและทำใจเป็นเวลาสามเดือน เพราะเธอเองก็อึดอัดในความเป็นระเบียบและชีวิตที่อยู่แต่ในกรอบของวาทิต ยังดีที่เธอนั้นมีคุณปู่พจน์เป็นเพื่อนคอยพูดคุยอยู่เสมอ บางครั้งครูทั้งสามก็มาเยี่ยมและขออนุญาตพาหญิงสาวออกไปเที่ยวข้างนอกบ้านบ้างทำให้คลายเครียดลงไป ครูทั้งสามก็พลอยหลงใหลในแสงสียามค่ำคืนไปกับเกษราด้วย ไพลินเองก็เริ่มพึงใจกับหลานสะใภ้คนนี้ เพราะทุกครั้งที่เกษราออกไปนอกบ้าน เธอก็จะมีของติดไม้ติดมือกลับมาฝากทุกคนในบ้าน ซึ่งแสดงถึงความมีน้ำใจได้อย่างชัดเจน และความที่เกษรานั้นทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเคร่งเครียดกฎระเบียบเหมือนกับคนในบ้าน ทำให้ทุกอย่างดูผ่อนคลายไปด้วย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น รุ่งทิวาก็จะคอยตักเตือนเกษราเสมอว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควรที่จะปฏิบัติในอภิบูรณา


ไพลินมีอาการเครียดจัด เมื่อเธอขาดส่งบ้านและที่ดินที่เอาไปจำนองไว้กับธนาคาร ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านรองเมืองก็นำออกไปขายจนแทบเกลี้ยง วาทิตเองก็พลอยเงียบขรึมเพราะกังวลไปด้วย มีแต่รำไพที่ขอเดินทางไปต่างประเทศกับบรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ โดยอ้างว่าไม่อยากให้ใครรู้ถึงฐานะที่ตกต่ำภายในบ้าน ส่วนรพีพรรณก็มุ่งเอาแต่ออกงานสังคมโดยไม่มองฐานะของตนเอง ทิ้งให้รุ่งทิวาเป็นคนดูแลไพลินเพียงลำพัง เกษรานั้นเข้าใจดีถึงสถานการณ์ทุกอย่าง เพราะเธอแอบได้ยินไพลินพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยบังเอิญ เกษราจึงให้เรือนทองผู้เป็นยายรับซื้อบ้านและที่ดินเอาไว้เมื่อมีเจ้าหน้าที่ธนาคารนำมาเสนอขายกับเพ็ญแข โดยที่คนของอภิบูรณาไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยกิ่งแก้วไม่ละความพยายามเธอยังคงเข้ามาวุ่นวายกับวาทิตอยู่เสมอ จนรุ่งทิวาเองอดเป็นห่วงไม่ได้ หญิงสาวจึงตักเตือนวาทิตให้บอกกับกิ่งแก้วว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายเรื่องราวภายในบ้านมากนักซึ่งวาทิตเองก็รู้ทุกอย่างดีแต่ก็ไม่อาจจะพูดกับเธอได้ ชายหนุ่มจึงเริ่มเห็นอกเห็นใจเกษรามากยิ่งขึ้น เรือนทองได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินของอภิบูรณาทั้งหมดโดยที่ไม่มีใครในบ้านของวาทิตรับรู้เลยแม้กระทั่งตัววาทิตเอง ชายหนุ่มมักจะแวะไปเยี่ยมเยือนเรือนทองอยู่เสมอจึงทำให้หญิงวัยกลางคนเริ่มรักใคร่ในตัวของหลานเขยคนนี้ เรือนทองสั่งให้เพ็ญแขชี้แจงเรื่องธุรกิจตึกแถว ห้องเช่า และที่ดินต่าง ๆ ให้วาทิตรับรู้ แรก ๆ วาทิตนั้นไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เรือนทองหาทางออกด้วยการเสนอเงินเป็นค่าตอบแทนให้ ทำให้วาทิตสบายใจขึ้น เขาตั้งอกตั้งใจที่จะช่วยเรือนทองดูแลเรื่องทรัพย์สมบัติอย่างดี ซึ่งก็สร้างความพอใจให้กับเรือนทองเป็นอย่างมาก เพราะอย่างน้อยแผนการที่ใช้ลองใจของวาทิตเรื่องการดูแลทรัพย์สินก็ประสบความสำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่าง เรือนทองไม่ห่วงอีกต่อไปหากวันหนึ่งวาทิตจะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของเธอทั้งหมด เพราะเขาจัดว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีนิสัยดี ซื่อสัตย์คนหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อวาทิตได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคนของทรัพย์สถิตย์ เขาก็เริ่มคุ้นเคยสนิทสนมกับทุกคนในบ้านในเวลาเพียงไม่นาน รวมถึงครูทั้งสามของเกษราด้วย ทำให้ชายหนุ่มเริ่มมองเกษราในแง่มุมที่ดีขึ้นมาอีก
ยังไม่ทันที่ความสัมพันธ์ของเกษรากับวาทิตจะดำเนินไปด้วยดี โรเจอร์ คนรักเก่าของเกษราก็เดินทางกลับมาจากฝรั่งเศส โรเจอร์ตัดพ้อต่อว่าที่เกษราแต่งงานอย่างกะทันหัน และไม่ยอมบอกกับเขาเพราะหญิงสาวเคยให้สัญญากับชายหนุ่มว่าจะให้คำตอบเรื่องความรักกับเขาก่อน เกษราให้ความสนิทสนมกับโรเจอร์ด้วยความจริงใจ เพราะครั้งหนึ่งหญิงสาวเคยไปอาศัยอยู่ที่บ้านของโรเจอร์ครั้งที่ไปเรียนต่อที่เมืองนอก เธอจึงให้โรเจอร์เข้ามาพักอยู่ในบ้านทรัพย์สถิตย์ ระหว่างที่มาเที่ยวเมืองไทย ด้วยความเป็นห่วงครูทั้งสามจึงออกปากตักเตือนด้วยความหวังดีเพราะเกรงว่าเกษราจะผิดใจกับวาทิต แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับเกษราเป็นอย่างมาก ครูทั้งสามน้อยใจมากจึงถือโอกาสลาเพ็ญแขกลับบ้านโดยทั้งสามให้เหตุผลว่าหมดหน้าที่ของพวกเธอแล้ว เกษราพาโรเจอร์ไปทานข้าวที่บ้านอภิบูรณาและได้พบกับกิ่งแก้วซึ่งนั่งเคียงคู่อยู่กับวาทิต ทำให้ไพลินกระอักกระอ่วนใจมากกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน กิ่งแก้วเองก็เกิดการปะทะคารมกับโรเจอร์ วาทิตก็รู้สึกเสียหน้าอย่างแรงจึงมีเรื่องทะเลาะกับเกษรา ทุกอย่างจึงดูยุ่งเหยิงไปหมดประจวบกับที่เรือนทองป่วยหนัก เกษราจึงต้องกลับไปดูแลยายที่บ้านบ่อยครั้ง ทำให้ทั้งสองห่างเหินกัน วาทิตเข้าใจเกษราผิดมากขึ้นไปอีก เพราะเข้าใจว่าผู้เป็นภรรยานั้นกลับไปคบหากับแฟนเก่าเหมือนดั่งเดิมถึงขนาดไม่มีเวลากลับมาหาตนที่บ้านอีก รำไพกับรพีพรรณได้ที ก็ยุให้วาทิตหย่าขาดกับเกษรา ซึ่งกิ่งแก้วเองก็เห็นดีด้วยจึงตามไปต่อว่าเกษราถึงที่บ้าน และบังเอิญได้พบกับโรเจอร์ทั้งสองจึงปะทะคารมกันอีก โรเจอร์นั้นไม่ยอมแพ้เขาตามไปหาเธอถึงมหาวิทยาลัย ถึงแม้จะมี รัศมี เพื่อนขาเม้าท์คนสนิทของกิ่งแก้วคอยกีดกัน หนุ่มตาน้ำข้าวตามกิ่งแก้วจนไปถึงที่บ้านและได้ทำความรู้จักกับพ่อและแม่ของเธอ ด้วยเพราะเขาเริ่มพอใจในตัวอาจารย์สาวผู้นี้เข้าเสียแล้ว ความมึนตึงประชดประชันระหว่างสองสามีภรรยาทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด วาทิตกล่าวหาว่าเกษราจะกลับไปคืนดีกับโรเจอร์ ส่วนเกษราเองก็ต่อว่าชายหนุ่มที่ต้องการจะหย่าขาดจากเธอก็เพื่อไปแต่งงานใหม่กับกิ่งแก้วและจะเอาสมบัติมากู้ฐานะบ้านอภิบูรณาด้วยหลังจากที่เขาและเธอได้หย่าขาดจากกัน ด้วยความโกรธที่ถูกเกษราต่อว่าชายหนุ่มจึงขาดสติปลุกปล้ำหญิงสาวในคืนนั้น และเขาก็ได้รู้ว่าเกษราเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ใช่สาวเปรี้ยว หัวนอก เหมือนกับภาพที่ทุกคนมองเห็น


เกษรากลับมาอยู่บ้านทรัพย์สถิตย์ด้วยหัวใจที่ชอกช้ำและผิดหวังในตัววาทิต เธอสารภาพกับโรเจอร์ว่าสามารถมอบเพียงความเป็นเพื่อนให้กับโรเจอร์ได้เท่านั้น ซึ่งชายหนุ่มเองก็เข้าใจดีและพร้อมที่จะช่วยเหลือเกษราเมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีปัญหากับวาทิต โรเจอร์ไปพูดตักเตือนให้กิ่งแก้วได้คิดอีกว่า ยังมีคนใกล้ตัวกิ่งแก้วอีกคนที่ยังสนใจเธออยู่ สร้างความงุนงงให้กับหญิงสาวเป็นอย่างยิ่ง หนุ่มตาน้ำข้าวตัดสินใจออกจากบ้านทรัพย์สถิตย์ แล้วย้ายไปอยู่บ้านใกล้ ๆ กับบ้านของกิ่งแก้วในเวลาต่อมา ชายหนุ่มจึงเริ่มตามจีบกิ่งแก้วอย่างเป็นจริงเป็นจังเกษราตามไปขอขมาครูทั้งสาม ซึ่งทั้งเพลินตา สมพร และ นวลน้อย ก็ยังคบหากันอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าวันใดที่นวลน้อยนึกอยากกินอะไรขึ้นมาก็จะให้เพลินตาทำให้ทาน โดยมีโชคขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับกับข้าวมาให้ ซึ่งก็เป็นเหตุให้โชคได้รู้จักกับสายไหมน้องสาวของเพลินตาที่มีฝีไม้ลายมือเรื่องทำกับข้าวไม่แพ้ผู้เป็นพี่สาว ด้วยความเจ้าชู้ของโชคเขาก็ออกลวดลายจีบสายไหมเข้าทันที แต่เพลินตานั้นไม่ชอบใจจึงคอยขัดขวาง ทำเอาชายหนุ่มนึกเกรง ๆ อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อมีเกษรามาเป็นแขกที่บ้าน โชคก็เลิกสนใจสายไหมทันทีและหันมาจีบเกษราอย่างจริงจัง แต่เการาก็ไม่ได้ถือสา ปล่อยให้โชคพร่ำเพ้อไปแต่เพียงคนเดียว


ปู่พจน์ป่วยหนัก เฝ้าเรียกหาแต่เกษรา ชายชราขอร้องให้ทุกคนในบ้านเลิกทำท่ารังเกียจสะใภ้หัวนอกคนนี้ แถมขอร้องให้รำไพและรพีพรรณเลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จนทำให้อภิบูรณามีปัญหาเรื่องการเงิน เมื่อความลับนี้ถูกเปิดเผยขึ้น ทั้งสองคนจึงถูกไพลินต่อว่าจนต้องยอมรับผิด ปู่พจน์มอบที่ดินผืนสำคัญที่เก็บไว้ตั้งแต่ยังหนุ่มให้กับวาทิตเพื่อนำไปขายแล้วเอาเงินไปไถ่บ้านและที่ดินคืนจากเรือนทอง ไพลินตกใจมากที่สามีล่วงรู้ความลับอันนี้จึงรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องทรัพย์สมบัติของตระกูลเอาไว้ได้ เรือนทองเองเมื่อหายจากอาการป่วยก็เดินทางไปที่อภิบูรณาทันที สอบถามเอาความจริงจากวาทิตว่ายังรักหลานสาวของเธออยู่หรือไม่ เพราะอย่างไรเสียเกษรากับวาทิตก็จะได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ดี แต่หากวาทิตหมดรักในตัวเกษราแล้วเธอก็จะขายบ้านและที่ดินคืนให้ แต่ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมาจากปากวาทิต ทำให้ทุกคนในบ้านสงสัยถึงความในใจที่เขามีต่อเกษรา


เมื่อวาทิตนึกทบทวนถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่เขามีต่อเกษรา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขายที่ดินย่านชานเมืองแล้วนำเงินไปซื้อบ้านและที่ดินของอภิบูรณาคืน เรือนทองเสียใจมากที่วาทิตไม่สามารถกลับมาคืนดีกับเกษราได้อีกจึงจำใจขายทรัพย์สินนั้นคืนให้วาทิตไป ในขณะที่เรือนทองและเพ็ญแขกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพลินตาก็มาปรากฏตัวที่บ้าน เพราะเธอเองก็อดสงสัยในพฤติกรรมของเกษราไม่ได้ ที่ไปขอพักอาศัยอยู่กับตนที่ต่างจังหวัด และไม่เคยพูดถึงวาทิตเลย จึงลงทุนมาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ทั้งเรือนทองและเพ็ญแข จึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับเพลินตาได้รับรู้ วาทิตไปหากิ่งแก้วที่บ้านและได้รู้ว่าเธอได้ติดบ่วงดวงใจของโรเจอร์เข้าให้แล้ว หญิงสาวจึงสารภาพกับชายหนุ่มว่าจะไปอยู่เมืองนอกกับโรเจอร์ในอนาคต โรเจอร์เองก็บอกกับวาทิตว่าเกษรานั้นมีใจรักต่อวาทิตอย่างแท้จริง สองหนุ่มเกิดความเข้าอกเข้าใจและจับมือแสดงความเป็นมิตรต่อกัน


วาทิตได้พบกับเพลินตาและได้รับรู้เรื่องราวของเกษราทั้งหมดขณะที่ไปอยู่กับครูทั้งสาม ชายหนุ่มจึงรีบกลับไปที่บ้านและบอกกับผู้เป็นย่าว่าจะไปสู่ขอหญิงสาวคนหนึ่งแต่งงาน โดยให้ย่าไปเป็นผู้ใหญ่ให้ ไพลินเข้าใจว่าวาทิตจะไปขอกิ่งแก้วมาเป็นสะใภ้ จึงออกปากปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้ใครมาเป็นสะใภ้อีกนอกจากเกษรา เพราะอย่างไรเสียเธอก็เป็นเด็กสาวที่มีจิตใจงดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อไม่มีเกษราอยู่ในบ้านก็พลอยทำให้ทุกอย่างเงียบเหงากลับไปสู่บรรยากาศแบบเดิม ๆ


โชคยังตามตื้อเกษราอย่างไม่ย่อท้อ ท้ายสุดเกษราจึงบอกกับเขาว่า เธอแต่งงานแล้ว และไม่สามารถปันใจให้กับชายอื่นได้อีกนอกจากวาทิต และคิดกับโชคเพียงแค่พี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ขอให้เขากลับไปให้ความสำคัญและดูแลสายไหมเหมือนดั่งเดิม โชคจึงได้คิดและหวนกลับไปหาสายไหมอีกครั้ง วาทิตลงทุนติดตามเพลินตาไปงอนง้อขอคืนดีกับเกษราถึงอ่างทอง แต่ไม่ว่าอย่างไรเกษราก็ไม่คลายความโกรธไปได้เสียที จนชายหนุ่มท้อใจเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างหมดหวัง ทำให้ครูทั้งสามของเกษราพลอยเศร้าใจไปด้วย ครูเติม เพื่อนครูซึ่งรู้จักคบหากับครูสมพรมาเป็นเวลานานก็อดเป็นห่วงสาวใหญ่ไม่ได้ที่เป็นกังวลเรื่องของเกษราจนทำให้เครียดจัด ครูเติมจึงคอยเฝ้าปลอบใจและสารภาพว่าหลงรักสมพรมานับสิบปีและจะไม่รอเวลาอีกต่อไป ทำให้สมพรถึงกับปลื้มและซาบซึ้งกับคำว่าความรักในครั้งนี้


โรเจอร์ตัดสินใจจะพากิ่งแก้วไปอยู่ที่ฝรั่งเศสด้วยจึงพาพ่อกับแม่มาพบญาติผู้ใหญ่ของกิ่งแก้วที่บ้าน ชายหนุ่มออกปากอยากหาแม่ครัวคนไทยสักคนไปช่วยงานที่ร้านอาหารไทยที่โน่น กิ่งแก้วนึกถึงเพลินตาครูสาวของเกษราได้จึงเดินทางไปที่อ่างทองเพื่อพบครูเพลินตาที่นั่น ทั้งสมพรและนวลน้อยต่างก็ดีใจไปกับเพื่อนที่จะได้ไปอยู่ต่างประเทศ กิ่งแก้วได้พบกับเกษราที่นั่นเธอขอโทษในสิ่งที่ผ่านมาและหวังว่าเกษราจะกลับไปคืนดีกับวาทิตในเวลาไม่นาน ประจวบกับที่ปู่พจน์เสียชีวิตลงเกษราจึงยอมกลับมาที่อภิบูรณา ทุกคนมีท่าทีดีกับเธอไม่เหมือนดั่งแต่ก่อน วาทิตยอมสารภาพตรง ๆ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในคืนนั้น แท้ที่จริงก็คือความรักที่อยู่ในใจของเขามาเป็นเวลานาน ชายหนุ่มทั้งเสียใจและน้อยใจที่เกษราทิ้งเขาไปอย่างนั้น ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมให้เกษราหนีไปไหนอีก ไม่ว่าหญิงสาวอยากจะทำตัวอย่างไรในบ้านอภิบูรณาเขาก็ยอมได้ทุกอย่าง หากแต่อย่าหนีหายไปจากชีวิตของเขาอีก


เกษราซาบซึ้งในความจริงใจที่วาทิตมีต่อเธอ หญิงสาวจึงยอมยกโทษให้กับความผิดที่ผ่านมา และเธอเองก็ยอมรับว่ารักวาทิตเช่นเดียวกัน ครูสมพรกับครูเติมตกลงที่จะแต่งงานกันและช่วยกันพัฒนาค่ายมวยสมพรยิม ด้านครูนวลน้อยก็ให้นายโชคหลานชายเลิกทำคณะรำซิ่งไปช่วยสายไหมทำกิจการร้านอาหาร ส่วนตัวเองจะกลับไปเปิดโรงเรียนสอนดนตรีไทยที่กรุงเทพฯ โดยการสนับสนุนของเกษรา โชคกับสายไหมตกลงใจใช้ชีวิตร่วมกัน เพลินตาก็ติดตามโรเจอร์กับกิ่งแก้วไปอยู่ต่างประเทศไม่ยอมทิ้งกระทะกับตะหลิวอาชีพที่เธอรักไปตลอดชีวิต คุณไพลินกับคุณเรือนทองก็กลายเป็นคู่หูคู่ใหม่ที่ควงกันไปวัดเป็นประจำเพื่อไปปรึกษาพระเรื่องตั้งชื่อเหลนที่กำลังจะเกิดมา ทั้งสองบ้านกลายเป็นทองแผ่นเดียวกันโดยมีความรักของวาทิตและเกษราเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของสองตระกูล




ลักษณะตัวละคร


1. วาทิต ชายหนุ่มวัย 25-28 รูปร่างหน้าตาดี บุคลิกดีมีความสง่างามด้วยมาดผู้ดี แม้เป็นอาจารย์ที่มีความคิดอ่านทันสมัยในวิทยาการ แต่การดำเนินชีวิตนั้นยึดติดอยู่กับกรอบประเพณีที่ดีงาม มีอุดมคติเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่ไม่หวือหวา ไม่โลดโผน เชื่อมั่นในชาติตระกูล และฝังใจว่าผู้เป็นภรรยาต้องสงบเสงี่ยมเหมือนแม่ตัวเอง ต้องเป็นช้างเท้าหลัง


2. ไพลิน หญิงชรามาดดีวัย 55-60 ที่คงความเป็นผู้ดีทั้งกริยาวาจาและท่วงท่า เผด็จการ หยิ่งและจมไม่ลง ภาคภูมิใจในชาติตระกูลตนเองเป็นอย่างยิ่ง ปลูกฝังทั้งลูกและหลานให้อยู่กินอย่างผู้ดี ทำตัวอย่างผู้ดี แม้บางครั้งแววตาจะแสดงออกถึงความเจ็บปวดสิ้นหวังกับการทำคอระหง บางครั้งอยากจะปล่อยวางมาดผู้ดี จนในที่สุดแบกถือไว้ไม่ไหว เมื่อพบคนจริงใจด้วยอย่างคุณยายเรือนทองก็ต้องยอมจมลง


3. รพีพรรณ สาวใหญ่วัย 35-40 มาดดี เย่อหยิ่ง หัวสูง แต่งตัวเก่ง รสนิยมดี ปากร้ายปากไวแต่คม ชอบค่อนนินทาคนแบบเจ็บ ๆ แบบผู้ดี ขี้โกงนิด ๆ โกงเงินแม่เงินพี่ชายมาเก็บสะสมซื้อข้าวของของตัวเอง ไม่มีน้ำใจพอครอบครัวตกอับไม่เอาใคร


4. รำไพ สาวใหญ่วัย 35-40 มาดดี เย่อหยิ่ง เจ้าคิดเจ้าแค้น จอมประชด ทำตัวเรื่อยเปื่อยไม่สนใจจะทำมาหากินอะไรเพื่อประชดผู้เป็นแม่ที่จัดให้แต่งงานกับผู้ชายที่เป็นผู้ดีจอมปลอม แก้แค้นแม่อยู่เงียบ ๆ ด้วยการเม้มเงินไว้ใช้จ่ายส่วนตัว เวลาครอบครัวตกอับไม่สนใจใครแม้แต่ลูก


5. รองเมือง หนุ่มใหญ่วัย 35-40 เป็นลูกชายคนเดียวของคุณไพลินที่ต้องฟังบัญชาจากแม่ ยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ยังมีใจรักมั่นกับคนรักเดิม เป็นคนรักษาสัญญา รักเพื่อน อดทน เสียสละให้พี่น้อง


6. วารี สาวใหญ่วัย 35-40 เป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา กิริยานุ่มนวลเนิบช้า ใจเย็น สงบเสงี่ยม รักครอบครัว กตัญญูต่อแม่สามี


7. รุ่งทิวา หญิงสาววัย 25-28 ลูกสาวของคุณรำไพที่หน้าตาธรรมดา เป็นคนเงียบ ๆ เซื่อง ๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สา แต่รู้เรื่องราวหลายเรื่องลึกซึ้ง คนมองเหมือนติงต๊อง แต่ลึก ๆ คือคนเก็บกด รักความถูกต้องยุติธรรม รู้ผิดชอบชั่วดี


8. เรือนทอง หญิงชราวัย 55-60 ที่มาดดี อารมณ์ดีเบิกบาน จิตใจดีแจ่มใส ทันสมัย ร่ำรวยและใจสปอตกล้าได้กล้าเสีย ขี้เล่นบางเรื่อง จริงจังบางสถานการณ์


9. เกษรา หญิงสาววัย 22-25 สวยเท่ ทันสมัย มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงแต่ก็ยอมทำทุกอย่างตามที่แม่ขอเพราะไม่อยากเป็นเด็กไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อว่าจะแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้ ฉลาดหัวไว คล่องแคล่วปราดเปรียว เรียนรู้อะไรได้เร็ว แต่ไม่ค่อยเต็มใจ ไม่พิถีพิถัน แต่แม้จะทำตัวน่าหวาดเสียวสำหรับผู้ใหญ่ที่ได้เห็นแต่ไม่ยอมเสียความเป็นสาวให้ใคร ด้วยความเชื่อมั่นส่วนตัวว่าจะเก็บความภาคภูมิใจไว้ให้ผู้ชายคนที่ตัวเองรักที่สุดเท่านั้น


10. ดวงดาว สาวใหญ่วัย 35-40 ที่มีความคล่องแคล่วปราดเปรียว รู้เรื่องธุรกิจของครอบครัวควบคู่ไปกับครูเพ็ญแขเลขาของเรือนทอง เป็นคนใจนักเลง แต่ไม่กร่างมีความมุ่งมั่นประมาณสิบปีแก้แค้นก็ไม่สาย มีความหวังที่จะเกี่ยวดองกับตระกูลอภิบูรณาให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เมื่อตนเองพลาดรักยังอยากให้ลูกสาวไปเกี่ยวดองแบบมีแผนสลับซับซ้อนเพื่อแก้เผ็ดคุณย่าไพลิน ที่ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธไม่รับเธอเป็นสะใภ้ แต่โดยปกติเป็นคนดี และจริงจังจริงใจต่อการกระทำทุก ๆ อย่าง


11. ดวงเดือน สาวใหญ่วัย 35-40 เป็นสาวโสดที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นนักธุรกิจที่คล่องแคล่วปราดเปรียว รักหลานสาว รักแรงเกลียดแรง เป็นผู้หญิงมากเรื่องพิธีการเยอะ จึงไม่ตกลงปลงใจแต่งงานกับใคร


12. ดวงแก้ว สาวใหญ่วัย 35-40 เป็นสาวโสดที่รักอิสระทำงานในแวดวงศิลปะบันเทิง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง หยิ่งเพราะถือว่าแม่รวย รักพี่ ๆ รักหลาน รักที่จะทำเรื่องสนุก ๆ


13. เพ็ญแข สาวใหญ่วัย 40-50 ที่เป็นลูกจ้างผู้ซื่อสัตย์ ขยันและจริงจัง จริงใจต่อคนตระกูลทรัพย์สถิตย์ รักษาผลประโยชน์ให้สุดชีวิต รักความถูกต้องยุติธรรม


14. เพลินตา สาวโสดสาวใหญ่วัย 40-45 ที่ในอดีตเป็นครูสอนคหกรรมในโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงที่สุด มีฝีมือในการทำอาหารทำขนมระดับมือรางวัล และสอนเด็กจนได้รับรางวัลจากการประกวดทำอาหารและขนมมามากแล้ว ปกติเป็นคนใจเย็น ขยัน รักสวยรักงาม ประณีต บรรจง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้ามเมื่อออกจากครูแล้วต้องไปผจญภัยกับการค้าขายข้าวแกงอาหารตามสั่งให้วินมอเตอร์ไซค์ คนงานก่อสร้าง หนุ่ม ๆ สาว ๆ โรงงาน ที่มีทั้งกวนประสาท กวนใจ กวนตีน จึงกลายเป็นคนโผงผางจอมโวยวาย มีตะหลิวเป็นอาวุธคู่กายมานับ 10 ปี


15. สมพร สาวโสดสาวใหญ่วัย 40-45 ที่เป็นอดีตครูสอนศิลปวัฒนธรรมมารยาทไทยให้กับเด็กจนมีเด็กได้รับรางวัลมารยาทงามมาแล้ว หลายปีหลังจากออกจากครูเพราะโรงเรียนปิดกิจการ วิถีชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไปต้องไปรับมรดกตกทอดของพ่อดูแลค่ายมวย จากครูมารยาทดีกลายเป็นครูปากร้ายขี้โมโห มือไวกำปั้นหนัก ทันชกเป็นชก ทันถีบเป็นถีบ เพราะต้องควบคุมเด็กหนุ่ม ๆ นักมวย แต่โดยพื้นฐานเป็นคนใจเย็น สงบ พูดน้อย


16. นวลน้อย สาวโสดสาวใหญ่วัย 40-45 ที่แสนจะบอบบางกริยาเนิบนาบ เสียงเพราะ เก่งในเครื่องดนตรีไทยหลายชนิด ร้องเพลงไทยเดิมได้ไพเราะจับใจ ส่งลูกศิษย์ให้ไปรับรางวัลมากมาย ปัจจุบันต้องมาเป็นครูสอนรำซิ่งให้หลานชาย


17. กิ่งแก้ว อาจารย์สาววัย 25-27 ที่สวยสง่าสงบเรียบร้อยในสายตาของคนทั่วไป มีความเป็นกุลสตรีเพราะได้รับการปลูกฝังมาจากแม่ที่เคยเป็นคนรับใช้ในบ้านเชื้อพระวงศ์ เก่งด้านการทำอาหารขนมและนาฏศิลป์ แต่เพราะรักวาทิตมากจึงทำอะไรร้ายได้อย่างแนบเนียนกับเกษรา


18. ก้องไกร หนุ่มใหญ่วัย 40 เศษ ที่เป็นสุภาพบุรุษ รักครอบครัว ซื่อสัตย์ กตัญญู เพราะรักคุณดวงตาด้วยความจริงใจ เมื่อรู้ว่าคุณดวงตาไม่ได้แต่งงานกับคุณรองเมืองเพื่อนกันแล้วก็พยายามดูแลคุณดวงตาจนได้แต่งงานด้วย แต่เพราะทำงานหนักและมีโรคร้าย ทำให้ต้องเสียชีวิตลงก่อนใคร ๆ และได้ฝากฝังครอบครัวและลูกสาวไว้พร้อมกับบอกยกเกษราให้เป็นสะใภ้ตระกูลอภิบูรณา


19. โรเจอร์ หนุ่มชาวฝรั่งเศส อายุ 25-28 สุภาพเรียบร้อยและสนใจวัฒนธรรมไทย สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ให้เกียรติสุภาพสตรี และไม่เคยล่วงเกินเกษรา ยอมรับการอกหัก


20. จอน คนขับรถบ้านคุณย่าไพลินที่รับใช้มาตั้งแต่อายุรุ่นหนุ่ม จนเป็นหนุ่มใหญ่อายุ 40-45 ซื่อสัตย์เถรตรง


21. เอียด สาวใช้สาวใหญ่วัย 40-45 ที่มีฝีมือในการทำอาหารไทย ขนมไทย และในการจัดการเรื่องงานบ้านงานเรือน เป็นสาวโสด เป็นคนเค็ม เขี้ยว ชอบเม้มเล็กผสมน้อย ชอบทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกเงินกู้ ยอมรับที่เงินของคนมากกว่ายอมรับคน


22. ล้อม สาวใช้วัย 20-25 หลานแม่เอียด ซื่อสัตย์ ขยัน รักสวยรักงาม รักความถูกต้องยุติธรรม


23. จวน สาวใช้วัย 40-45 ที่ดูแลความเรียบร้อยของบ้านทรัพย์สถิตย์มานาน เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน รักและซื่อสัตย์ต่อคุณยายเรือนทอง รักและเอ็นดูเกษราเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย


24. เติม ครูมวยที่เป็นศิษย์รุ่นแรก ๆ ของค่ายมวย อายุ 40-45 เป็นโสด ใจดี ซื่อสัตย์


25. รัศมี เพื่อนครูสาวของกิ่งแก้ว อายุ 25-27 เป็นคนไม่สวย ไม่มีเสน่ห์ แต่ก็เป็นแรงเชียร์เป็นขาเม้าท์ของการะเกด


26. โชค หลานชายของครูนวลน้อย อายุ 25-30 เป็นหนุ่มลูกทุ่งที่มีความฝันความหวังจะได้ออกทีวีแต่จับพลัดจับผลูต้องมาเป็นหัวหน้าคณะรำซื่งโชว์ตามคาเฟ่


27. พุดกรอง แม่ของการะเกด วัยประมาณ 40-45 ท่วงท่ากิริยาเป็นผู้ดี สงบเสงี่ยม เรียบง่าย แต่ปลูกฝังลูกให้มองหาผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ


28. ประสาน พ่อของการะเกด วัยเกษียณที่สงบเงียบไม่มีปากเสียง แต่คอยค้านเวลาที่เมียปลูกฝังลูกเรื่องการหาคู่


29. พจน์ ปู่ของวาทิต อายุประมาณ 60 สงบปากสงบคำ หม่นเศร้า เพราะเป็นอัมพาธเดินไม่ได้


30. สายไหม น้องสาวครูเพลินตาวัย 25-30 เป็นชาวบ้าน เป็นคนเรียบง่าย เนิบช้า ครูเพลินตาต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชตามสไตล์ครู


31. สายพิณ แม่ของครูเพลินตา วัย 55-60 หญิงชราที่สงบเสงี่ยม มีชีวิตที่เรียบง่าย


32. จิ๊บ สาวใช้ลูกสาวแม่จวน อายุ 20-25 ชื่นชอบชื่นชมคนของเกษราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวาทิตหรือโรเจอร์ ปลื้ม กรี๊ด ฝันเฟื่อง


33. ชุบ คนขับรถวัยประมาณ 40-45 แอบปลื้ม ๆ บรรดาครูสาวใหญ่อยู่เงียบ ๆ แต่เป็นคนดี ซื่อสัตย์

Thursday, June 11, 2009

เรื่องย่อ: บ่วงหงษ์

ออกอากาศ วันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.25 น.
เรื่องย่อ
พิมพ์ลภัส (แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์) ลูกสาวคนเดียวของ ตรัย (ต้น ตระการ พันธุมเลิศรุจี) นักธุรกิจที่ล้มละลายและฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ ความที่เป็นลูกสาวคนเดียว เกิดมาบนกองเงินกองทอง และกำพร้าแม่ทำให้ถูกตามใจจนเหลิง ใช้ชีวิต อย่างหรูหราสุขสบายมาตลอด หนังสือก็เรียนไม่จบ เจ้าอารมณ์ และเอาแต่ใจตัว ความตายของพ่อทำให้ชีวิตของเธอต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากคนที่ได้เงินทองจากตรัยไปมากที่สุดคือ มาธวี (น้ำฝน กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์) แม่เลี้ยงซึ่งแก่กว่าเพียงไม่กี่ปีของเธอ พิมพ์ลภัสต้องออกจากบ้านที่ถูกยึดมาเช่าคอนโดเล็ก ๆ อยู่ แถมยังถูก ยศพล (นัส อานัส ฬาพานิช) ผู้เป็นคู่หมั้นถอนหมั้น ตรงกันข้ามกับมาธวีซึ่งชิงหย่ากับตรัยก่อนหน้านี้ และเรียกร้องค่าเลี้ยงดูอย่างมหาศาล แถมถีบตัวขึ้นมาจนมีชื่อเสียงในสังคมด้วยการเปิดห้องเสื้อมาธวี ซ้ำยังเป็นนางแบบเสียเองอีก มาธวีมีคนสนิท 2 คน คือ กระเทยปากร้ายชื่อ หนูดี (หนุ่ม สุรวุฑ ไหมกัน) และหญิงแท้ชื่อ เป็ด (ต่าย ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ทั้งสองเป็นเหมือนคอหอยกับลูกกระเดือกของเจ้านาย

ถึงแม้ชีวิตจะตกต่ำลง แต่พิมพ์ลภัสก็ยังมีนิสัยเสียชนิดแก้ไม่หาย งานเดินแบบที่เคยทำก็ห่างหายไป ไม่ค่อยมีใครอยากจ้างเพราะถึงแม้จะสวยจัดอย่างไร แต่ทุกคนต่างเอือมระอากับการผิดนัด โทษโน่นโทษนี่ของเธอโดยไม่เคยมองข้อเสียของตัวเองเลย ถึงกระนั้นพิมพ์ลภัสก็ยังหยิ่งไม่ง้อใคร ยิ่งนานวันทรัพย์สินเงินทองก็ร่อยหรอลงทุกที หากแต่มีสิ่งเดียวที่เธอไม่ยอมขายซึ่งก็คือ เข็มกลัดประดับเพชรรูปหงส์ที่เตรียมจะโผบินขึ้นฟ้า เข็มกลัดนี้พ่อได้มอบให้เป็นของขวัญเมื่อพิมพ์ลภัสอายุ 15
เจ้าของคอนโดที่พิมพ์ลภัสเช่าอยู่ชื่อ กิตติชัย (โอลิเวอร์ พูพาร์ท) ทั้งกิตติชัยและ อรอุษา ผู้เป็นภรรยาต่างมีนิสัยเจ้าเล่ห์ ทั้งสองเฝ้าสังเกตเธอตลอดมา จนกระทั่งเห็นว่าเธอกำลังจนตรอกจึงเสนองานที่มีค่าตอบแทนสูงให้นั่นคือให้ไปขโมย และทำลายเทปลับกับจดหมายที่เกี่ยวกับอรอุษาจาก รเมศ (วี วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) เจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี สองสามีภรรยาสร้างเรื่องว่าอรอุษาหลงผิดไปมีความสัมพันธ์กับรเมศ รเมศได้อัดเทป และเก็บจดหมายซึ่งอรอุษาเขียนติดต่อไปไว้แบล็คเมล์ทั้งสองคน ครั้งแรกพิมพ์ลภัสก็ไม่ยอมทำ แต่อรอุษามาร้องไห้วิงวอนขอร้องให้เห็นหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งพิมพ์ลภัสก็ยังลังเลอีก จนกระทั่งได้อ่านข่าวสังคมว่ามาธวีกำลังจะไปจัดแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมเชียงรายจารวี เธอจึงตัดสินใจรับงานเพราะเชื่อมั่นว่ารเมศต้องเป็นคนเลวแน่จึงคบกับมาธวีได้
พิมพ์ลภัสเดินทางมาถึงโรงแรมโดยกิตติชัยรับรองความปลอดภัยหากรเมศจับได้ อีกทั้งยังออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างระหว่างที่พักอยู่โรงแรมนั้นด้วย ระหว่างที่อยู่ที่นั่นพิมพ์ลภัสกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนรวมทั้งรเมศ ด้วยความที่เป็นคนสวยมาก รเมศเข้ามาทำความรู้จักซึ่งเธอก็ให้ความสนิทสนมตามแผนทันที รเมศดูจะหลงรักพิมพ์ลภัสขึ้นทุกวัน ทั้งยังบอกว่าจะให้เธอเดินแบบกับห้องเสื้อมาธวีด้วย เขาตามใจ และเอาอกเอาใจทุกอย่าง ความที่พิมพ์ลภัสเอาแต่ใจตัว เย่อหยิ่ง ดูถูกคนอื่น ทำให้เธอสร้างศัตรูในโรงแรมไว้หลายคน โดยเฉพาะกับบรรดาพนักงานเสริฟ รเมศพาพิมพ์ลภัสเที่ยวดูงานในโรงแรม และพาไปเที่ยว รเมศทุ่มเทใจให้เธอมากมายในขณะที่พิมพ์ลภัสก็จ้องแต่จะขโมยเทป และจดหมายอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เพราะไม่คุ้นกับงานเช่นนี้จึงเผลอทำพิรุธให้รเมศสงสัย รเมศภาวนาขออย่าให้ที่เขาสังหรณ์เป็นความจริง
ในที่สุดรเมศก็จับได้คาหนังคาเขา ขณะที่พิมพ์ลภัสเข้ามาขโมยเทปกับจดหมายในห้องทำงาน พิมพ์ลภัสตกใจมากที่ถูกจับได้ แต่ก็ไม่วายเถียงว่ารเมศเป็นคนไม่ดี เป็นชู้กับเมียคนอื่นแถมยังเก็บหลักฐานไว้แบล็คเมล์ รเมศจึงเปิดเทปให้ฟัง และยังให้อ่านจดหมาย พิมพ์ลภัสรู้ความจริงรู้สึกอับอายมาก แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับความเสียใจที่รเมศมาหมางเมินกับเธอ อย่างไรก็ตามพิมพ์ลภัสก็คือพิมพ์ลภัสที่โทษคนอื่นมากกว่าตัวเอง เธอโทรบอกกิตติชัยให้ส่งเงินมาจ่ายค่าที่พัก และอาหารในโรงแรม แต่กิตติชัยไม่ยอมโดยอ้างว่าเธอทำงานไม่สำเร็จ ทำให้เธอทั้งร้อนใจ และตกใจมาก
สำหรับรเมศ เขาทั้งผิดหวัง และเสียใจที่มองพิมพ์ลภัสผิดไป รเมศรักเธออย่างแท้จริง ฉะนั้นเขาจึงรู้สึกเหมือนถูกหลอก ถูกทรยศ ฉะนั้นเมื่อพิมพ์ลภัสไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรม เขาจึงให้เธอทำงานชดใช้โดยให้เป็นพนักงานเสริฟ ครั้งแรกพิมพ์ลภัสจะขายเข็มกลัดรูปหงส์เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ แต่ด้วยความเสียดายจึงตัดสินใจรับงาน พิมพ์ลภัสต้องแต่งเครื่องแบบพนักงานเสริฟซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองที่เธอเคยดูถูก ต้องย้ายออกจากห้องพักหรูหรามาอยู่ห้องพักของพนักงานซึ่งต้องอยู่ร่วมกันห้องละสองคน ซึ่งห้องก็ทั้งแคบและไม่มีแอร์ ซ้ำร้ายเพื่อนร่วมห้องก็คือพนักงานเสริฟที่เธอเคยวีนใส่
นับจากนั้นพิมพ์ลภัสมีสภาพไม่ต่างอะไรจากหงส์ปีกหัก เธอเห็นทุกคนเป็นศัตรูไปหมด งานหลายๆ อย่างในชีวิตที่ไม่เคยทำก็ต้องทำโดยเฉพาะงานบริการ ตลอดเวลาเหล่านี้รเมศเฝ้าจับตาดูอยู่ด้วยความสะใจแต่บางครั้งก็อดใจอ่อนไม่ได้ ฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัสเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เธอมีเรื่องกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงานเสริฟด้วยกัน ลูกค้า หรือแม้กระทั่งหัวหน้าผู้ดูแลรับผิดชอบ ความเย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจตัวทำให้ทุกคนไม่ชอบพิมพ์ลภัส หลายๆ คนถึงกับนินทา บ้างก็เยาะเย้ยซึ่งๆ หน้า
พิมพ์ลภัสไม่ใช่จะร้ายเสียทีเดียว ความดีในตัวเธอยังมีพอสมควร ซึ่งเธอก็ได้แสดงออกมาเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมงานจากลูกค้าบ้ากามทำให้ความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานดีขึ้น การได้ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขกันนานเข้า ประกอบกับความไม่สะดวกสบายทั้งหลายแหล่ทำให้เธอเริ่มเห็นสัจธรรมของชีวิต และพยายามทำใจยอมรับถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม และแล้วมาธวีกับคณะแฟชั่นโชว์ก็มาถึง ทั้งสองได้พบกัน มาธวีรู้สึกสะใจมากที่เห็นลูกเลี้ยงตกต่ำละไม่รีรอที่จะเยาะเย้ยซ้ำเติม ขณะเดียวกันมาธวีก็พยายามจะจับรเมศให้ได้ ด้วยความช่างสังเกตมาธวีก็รู้ว่ารเมศนั้นรักพิมพ์ลภัส เธอจึงคอยสร้างเรื่องให้ทั้งสองเข้าใจผิดกัน แถมยังแกล้งใส่ร้ายพิมพ์ลภัสให้ต้องกล้ำกลืนฝืนทน
ในที่สุด มาธวีก็คิดจะกันพิมพ์นภัสให้ห่างจากรเมศโดยเด็ดขาด เธอจึงโทรศัพท์ติดต่อให้ เสี่ยสมาน (พิพัฒน์พล โกมารทัต) ซี่งหลงรักพิมพ์ลภัสมานานให้มาพักที่โรงแรม เสี่ยดีใจมากรีบมาหา และยื่นข้อเสนอจะเลี้ยงดูพิมพ์ลภัสอย่างดี แต่กลับถูกตอกหน้าอย่างไม่เกรงใจ เสี่ยเริ่มท้อแต่มาธวีพยายามให้กำลังใจโดยบอกแผนการณ์ที่จะทำให้พิมพ์ลภัสตกเป็นของเสี่ย ถึงแม้จะยังลังเลกลัวว่าพิมพ์ลภัสจะไปบอกเมียของเขา แต่ความต้องการมีมากกว่า เสี่ยจึงยอมทำตามแผนโดยเข้าไปรอในห้องมาธวี
มาธวีมาแต่งเรื่องบอกรเมศว่าเธออยากจะใช้เงินแทนพิมพ์ลภัสเพื่อเห็นแก่สายสัมพันธ์ที่เคยเป็นแม่เลี้ยงเธอ แต่ก็กลัวพิมพ์ลภัสจะไม่ยอมรับ ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้เขาบอกให้พิมพ์ลภัสมาพบเธอบนห้องเพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกัน รเมศหลงเชื่อจึงสั่งให้คนไปบอกพิมพ์ลภัสให้ไปพบเขาที่ห้องมาธวี พิมพ์ลภัสทำท่าจะไม่ไปในตอนแรก เพราะรู้ว่าห้องนั้นเป็นห้องมาธวี แต่แล้วก็เปลี่ยนใจจะไปเผชิญหน้า และเมื่อเข้าไปทุกอย่างก็เข้าแผนการณ์ของมาธวี เสี่ยสมานพยายามปลุกปล้ำพิมพ์ลภัส แต่เธอก็เอาตัวรอดจนได้ พิมพ์ลภัสเจ็บใจ และแค้นใจมากด้วยนึกว่ารเมศหลอกเธอมาให้เสี่ยสมาน จึงไปตัดพ้อต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง รเมศตกใจ และปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเรื่องราวทั้งหมด พร้อมกันก็ไปเอาเรื่องมาธวี
มาธวีร้องห่มร้องไห้ปฏิเสธ และแก้ตัวจนรเมศเกือบจะเชื่อถ้าไม่พบหลักฐานบางอย่างในห้องนั้นที่มาธวีพยายามกลบเกลื่อน รเมศไล่มาธวีออกจากโรงแรมทันที มาธวีโกรธแค้นด่าว่ารเมศ แต่ก่อนไปได้คายพิษครั้งสุดท้ายโดยบอกกับพิมพ์ลภัสว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้วชื่อ นารา (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ซึ่งพิมพ์ลภัสก็เคยเห็นความสนิทสนมของคนทั้งสองอยู่บ่อยๆ ทำให้พิมพ์ลภัสเสียใจมาก ส่วนรเมศนั้นก่อนที่จะไล่เสี่ยสมานออกไปได้เรียกค่าทำขวัญไว้ให้พิมพ์ลภัส เสี่ยจำใจให้เพราะกลัวเรื่องจะอื้อฉาวทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย และถูกเมียเอาเรื่อง เงินจำนวนนั้นมากพอสมควร แต่รเมศไม่ได้ให้พิมพ์ลภัสในทันทีเพราะเกรงว่าเธอจะมีเงินใช้หนี้ และกลับกรุงเทพฯไป ด้วยเขายังหวังว่าจะทำความเข้าใจกับเธอได้เพราะหลังจากมีเรื่องเขาได้ขอโทษเธอ และยอมรับผิดทุกอย่าง ซ้ำยังให้มาธวีกราบขอโทษพิมพ์ลภัส และพิมพ์ลภัสได้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยความสะใจ
วันรุ่งขึ้น พิมพ์ลภัสตัดใจไปขายเข็มกลัดรูปหงส์ถึงแม้จะเสียดายใจแทบขาด เพื่อจะได้พ้นจากโรงแรมเชียงรายจารวีโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพราะเธอเข้าใจว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้ว แต่ก็ยังมาหลอกเธอด้วยการทำท่าทีเหมือนมีใจด้วย ก่อนไปพิมพ์ลภัสได้มอบของที่ระลึกให้เพื่อนๆ พนักงานเสริฟ เพราะทุกคนต่างได้ให้บทเรียนอันมีค่ากับเธอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้ค้นพบความจริงใจของพวกเขาเหล่านั้นที่มีต่อเธอ เมื่อพิมพ์ลภัสเอาเงินมาใช้หนี้ รเมศใจหายแต่ในเมื่อเธอยืนยันจะไปก็ไม่สามารถขัดขวางได้ รเมศยังได้มอบเงินค่าทำขวัญของเสี่ยสมานให้เธอด้วย พิมพ์ลภัสยิ่งโกรธมากเพราะเข้าใจผิดว่าเขาเก็บเงินจำนวนนั้นไว้ไม่ยอมให้เธอ เพราะจะแกล้งกักตัวไว้ทำงานต่อไป หลังจากพิมพ์ลภัสจากไปแล้ว รเมศเสียใจมาก และซึมลงไป
เมื่อพิมพ์ลภัสมาถึงกรุงเทพฯ เธอได้รับบทเรียนเรื่องการมีชีวิตพอเพียงจึงไปเช่าคอนโดเล็กลง ขายข้าวของแบรนด์เนมเนื่องจากไม่มีความสำคัญในชีวิตอีกต่อไป หลังจากนั้นก็ออกหางานเดินแบบทำ แต่ทุกแห่งที่ไปจะปฏิเสธหมด เพราะมาธวีใช้อิทธิพล และความสนิทสนมส่วนตัวกับบรรดาเอเจนซี่ให้ปฏิเสธเธอ ซึ่งพิมพ์ลภัสกลับคิดว่าเธอเองก็มีส่วนผิดด้วย เพราะยามรุ่งเรืองเธอเคยเบี้ยวงานบ้าง ไปช้าบ้างอยู่เป็นประจำ ในที่สุดเธอจึงตัดใจหางานอื่นทำแต่ก็ยากเต็มทีเพราะพิมพ์ลภัสเรียนไม่จบ หรือถ้าที่ไหนรับที่นั่นก็มักจะมีเจ้านายประเภทหัวงู ความทุกข์ยากหลายเดือนที่ผ่านมาสอนไม่ให้ท้อ จนกระทั่งวันหนึ่งพิมพ์ลภัสได้พบกับนาราโดยบังเอิญ นารามากับ สิหนาท (เอกรัตน์ สารสุข) ซึ่งเป็นคู่หมั้น และเป็นหุ้นส่วนของรเมศ แต่พิมพ์ลภัสก็ยังเข้าใจผิดเหมือนเดิม นาราพยายามจะให้ความช่วยเหลือแต่พิมพ์ลภัสปฏิเสธ นาราจึงให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ พิมพ์ลภัสไม่สามารถหางานได้ จึงตัดสินใจโทรไปหานารา นาราพาพิมพ์ลภัสไปบ้านของรจนา ซึ่งกำลังหาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้ลูกสาวกับลูกชาย พิมพ์ลภัสซึ่งถึงแม้จะเรียนไม่จบแต่ด้านภาษาอังกฤษดีด้วยเพราะเป็นนักเรียนนอก รจนาดูจะดีใจ และเอ็นดูพิมพ์ลภัสผิดปกติ ขณะเดียวกันพิมพ์ลภัสก็รู้สึกว่าหน้าของรจนาดูคุ้นๆ หลังจากสนิทสนมกันพอสมควร จนกระทั่งพิมพ์ลภัสเล่าเรื่องอกหักของเธอให้รจนาฟัง รจนาซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของรเมศจึงแน่ใจว่าพิมพ์ลภัสก็รักน้องชายของเธอ จึงวางแผนนัดรเมศมาพบ พิมพ์ลภัสตกใจ รเมศจึงเล่าความจริงเรื่องของนารากับสีหนาทให้ฟัง ทั้งสองจึงเข้าใจกันในที่สุด สำหรับมาธวีก็ถูกกรรมตามสนองเพราะรเมศรู้ว่ามาธวีกลั่นแกล้งพิมพ์ลภัสไม่เลิก จึงส่งทั้งรูป และคำขออภัยเมื่อครั้งถูกจับได้ว่าหลอกพิมพ์ลภัสไปให้เสี่ยสมานปล้ำเอาลงหนังสือพิมพ์ เมื่อความจริงเปิดเผยจึงไม่มีใครในวงการคบหาสมาคมด้วย

รายชื่อดารานักแสดง
วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ - รเมศ
ขมนิจ จามิกรณ์ - พิมพ์ลภัส
กุลณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์ - มาธวี
อานัส ฬาพานิช - ยศพล
เอกรัตน์ สารสุข - สีหนาท
ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร - นารา
อธิชนันท์ ศรีเสวก - กานดา
ชมพูนุช ปิยะธรรมชัย - จินตนา
พิพัฒน์พล โกมารทัต - เสี่ยสนาม
โอลิเวอร์ พูพาร์ท - กิตติชัย
ตระการ พันธุมเลิศรุจี (ดารารับเชิญ) - ตรัย
รชยา รักกสิกรณ์ - รจนา
จารุศิริ ภูวนัย - นงนุช
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร - บวรทัต
แวร์ โซว - พัชรี ชโลทร
กาหลง - ดาริน
ฐรินดา กรรณสูต - ขนิษฐา
ดารณีนุช โพธิปิติ - วิมล
ชัชฎาภรณ์ ธนันทา - เป็ด
สุรวุฑ ไหมกัน - หนูดี

เรื่องย่อ: เพลิงพราย


บทประพันธ์
บทโทรทัศน์ วิลักษณา
กำกับการแสดง ชูชัย องอาจชัย


เดือน เป็นนักเขียนนวนิยายผู้เชี่ยวชาญเรื่องแนวกุ๊กกิ๊กหวานแหววซึ่งขัดแย้งกับบุคลิกอันดูห้าวของเธอ เดือนตั้งใจจะฉีกแนวการเขียนนวนิยายเรื่องใหม่ในสไตล์สยองขวัญ ขณะที่เธอกำลังคิดหาพล็อตเรื่อง ก็เริ่มมีสิ่งผิดปกติเหนือธรรมชาติบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ ทุกเช้าเดือนมักจะตื่นนอนด้วยสภาพอิดโรยราวกับไม่ได้หลับมาทั้งคืน ทั้งๆที่เธอรู้สึกว่าระยะสองสามอาทิตย์มานี้เธอง่วงนอนเร็วกว่าปกติและที่สำคัญนวนิยายเรื่องใหม่ที่เธอกำลังเขียนถูกลบทิ้งหายไปจากคอมพิวเตอร์อย่างหาสาเหตุไม่ได้ พฤกษ์ เป็นนายตำรวจกองปราบและได้รับคำสั่งให้ติดตามคดีการหายตัวไปอย่างลึกลับของปลายรุ้ง ดาราสาวหน้าใหม่แห่งวงการละครทีวี

พฤกษ์เจอกับเดือนครั้งแรกขณะที่เขากำลังตามจับคนร้ายอยู่บนถนนและวิ่งชนเดือนจนเธอหกล้มแขนหัก พฤกษ์จึงรับผิดชอบด้วยการพาเธอไปโรงพยาบาลและอาสารับส่งพาเธอไปพบหมอทุกอาทิตย์ เดือนพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยุ่งเกี่ยวกับพฤกษ์เพราะเขามักจะพูดจากวนประสาทเธอ แต่พฤกษ์ปิ๊งในความห้าวและตรงไปตรงมาของเดือน เขาจึงตื๊อจนเธอไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของเขาได้ พฤกษ์มักจะแวะเวียนมาหาเดือนเป็นประจำจนกลายเป็นความเคยชินและทำให้เดือนเริ่มยอมรับพฤกษ์เข้ามานั่งในหัวใจพฤกษ์ติดตามคดีของปลายรุ้งจนสืบรู้ว่าเธอเคยมีความสัมพันธ์กับ สาคร ผู้กำกับหนุ่มและได้เลิกรากันไปหลังจากที่ปลายรุ้งเข้าสู่วงการบันเทิง แต่เมื่อพฤกษ์สอบปากคำสาครเกี่ยวกับการหายตัวไปของปลายรุ้งเขาก็พบว่าสาครมีพิรุธบางอย่าง พฤกษ์จึงสั่งให้ปองชัย ซึ่งเป็นลูกน้องในทีมจับตามองสาครว่าติดต่อหรือไปพบใครบ้าง และแล้วในกลางดึกคืนหนึ่งเขาก็ได้รับแจ้งจากปองชัยว่าสาครถูกทำร้ายร่างกายสาหัสและคนที่ทำร้ายสาครก็คือเดือน แต่ตำรวจจับตัวเดือนไม่ได้เพราะเธอหนีไปก่อน
พฤกษ์รีบมาหาเดือนที่คอนโดแต่พบว่าเธอนอนหลับสนิทอยู่ในห้องและเธอปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ไปไหน พฤกษ์เข้าใจว่าเดือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างเพราะเขาได้ดูกล้องบันทึกภาพวงจรปิดของคอนโดและพบว่าเธอได้ออกไปจากคอนโดตอนเที่ยงคืนจริง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังพบว่าในสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเธอมักจะออกไปจากคอนโดในยามดึกบ่อย ๆ เดือนตัดสินใจไปหาป้านวลที่นครสวรรค์ ป้านวลเป็นป้าแท้ๆของเดือนและเลี้ยงเดือนมาตั้งแต่เล็กหลังจากพ่อแม่ตาย ป้านวลเป็นร่างทรงของเทพ แม้ว่าเดือนจะไม่ค่อยเชื่อกับเรื่องเข้าทรงลงเจ้าที่ป้าทำแต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในยามนี้มีเพียงป้านวลเท่านั้นที่จะช่วยหาคำตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ป้านวลบอกให้เดือนรู้ตัวว่าเดือนกำลังดวงตกอย่างหนักและมีวิญญาณอาฆาตของผู้หญิงคนหนึ่งพยายามเข้าครอบงำชีวิตเธอ หากเธอปล่อยให้วิญญาณนั้นเข้าสิงบ่อย ๆ พลังชีวิตของเธอจะถูกดูดจนหมดและตายลงในที่สุด
พฤกษ์พยายามหาสาเหตุและความเกี่ยวพันระหว่างเดือนกับสาครแต่เขาไม่พบอะไรที่เป็นจุดเชื่อมโยงของทั้งคู่ จนกระทั่งเดือนบุกเข้ามาอีกครั้งเพื่อฆ่าสาครและเกิดการต่อสู้กันขึ้น พฤกษ์และปองชัยพยายามเข้าห้ามเดือนแต่ทั้งคู่ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ และทั้งคู่ต้องผงะเมื่อพบว่าใบหน้าของหญิงสาวแปรเปลี่ยนจากเดือนเป็นปลายรุ้ง แม้ว่าพฤกษ์จะไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นแต่เขาก็ไม่อาจลบหลู่ได้ พฤกษ์นำสร้อยพระเข้าสวมคอเดือน ทำให้วิญญาณของปลายรุ้งกรีดร้องอย่างโหยหวนและยอมออกจากร่างของเธอ
เมื่อเดือนฟื้นคืนสติขึ้นมาพฤกษ์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังและอาสามานอนเป็นเพื่อนเธอเพราะกลัวว่าวิญญาณของปลายรุ้งจะกลับมาสิงอีก ทั้งสองจึงมีโอกาสได้ใกล้ชิดและเผยความในใจที่มีต่อกัน … ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ดูเหมือนว่าวิญญาณของปลายรุ้งจะเงียบหายไปชั่วขณะ แต่แล้วพฤกษ์ก็ได้รับแจ้งว่าสาครถูกฆ่าตายโดยที่ไม่มีใครเห็นร่องรอยของฆาตกรทั้งๆที่ตำรวจก็เฝ้าสาครตลอด 24 ชั่วโมง

อุ๋ม เป็นเพื่อนสนิทของเดือน เธอแต่งงานแล้วกับ พลภัทร ผู้กำกับละครหนุ่มเสน่ห์แรง แต่เธอจับได้ว่าพลภัทรไปแอบมีสัมพันธ์กับ วีณา ดาราสาวที่เล่นละครกับเขา อุ๋มจึงมาหาเดือนและเล่าเรื่องให้ฟัง และตัดสินใจมาพักอยู่ที่คอนโดของเดือน
พลภัทรตามมาง้อขอคืนดีกับอุ๋ม โดยไม่รู้ว่า วีณา ชู้สาวแอบตามมาด้วย วีณาแค้นใจที่พลภัทรจะเขี่ยเธอทิ้ง เลยจะตามมาฆ่าพลภัทรกับอุ๋ม แต่พฤกษ์เข้ามาช่วยไว้ทัน วีณาบอกพฤกษ์ว่า พลภัทรให้ตำรวจมาข่มขืนเธอ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะบอกว่าตำรวจคนนั้นเป็นใคร วีณาก็ถูกลอบยิงตายเสียก่อน
อุ๋มเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก จนทำให้วิญญาณของปลายรุ้งเข้าสิงเธอได้ และกลับไปอยู่กับพลภัทร เพราะก่อนตายปลายรุ้งรักและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาและหวังจะผูกมัดให้พลภัทรรับเลี้ยงดู แต่พลภัทรไม่ได้คิดจริงจังกับเธอเขาจึงส่งเธอไปให้ฆาตกร เดือนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวอุ๋มและรู้ว่าวิญญาณของปลายรุ้งเข้าครอบงำอุ๋มอย่างเต็มตัว เดือนพยายามบอกพลภัทร แต่พลภัทรไม่เชื่อ เดือนและพฤกษ์จึงขอให้ป้านวลช่วย จนสามารถเรียกและสะกดวิญญาณปลายรุ้งไว้ได้
ในขณะเดียวกันพฤกษ์ก็ได้หลักฐานสำคัญเป็นภาพวงจรปิดของปลายรุ้งในวันสุดท้ายที่เธอหายตัวไปและคนที่อยู่กับเธอวันนั้นก็คือพลภัทร พฤกษ์เริ่มเห็นหนทางที่จะคลี่คลายคดีของปลายรุ้งเพราะมั่นใจว่าพลภัทรต้องมีส่วนรู้เห็นกับการหายไปของเธอแน่ แต่ยังไม่ทันที่พฤกษ์จะได้สอบปากคำ พลภัทรถูกลอบยิงจนเสียชีวิต
แม้การตายของวีณา และพลภัทรจะเป็นคดีที่พฤกษ์ไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้ แต่อย่างน้อยเขาก็มั่นใจว่าคนที่ฆ่าสาคร วีณาและพลภัทรจะต้องเป็นคนคนเดียวกับคนที่ฆ่าปลายรุ้ง พฤกษ์พยายามขบคิดหาสาเหตุว่าทำไมวิญญาณของปลายรุ้งจึงสิงสถิตอยู่ที่คอนโด เดือนจึงเล่าให้ฟังว่าครั้งนึงเธอเคยฝันว่าถูกกระชากลงไปในสระน้ำและหลังจากนั้นมาก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับเธอบ่อย ๆ พฤกษ์และเดือนจึงสันนิษฐานว่าปลายรุ้งอาจจะถูกฆ่าที่คอนโดแห่งนี้และข้อสันนิษฐานก็เป็นความจริงเมื่อตำรวจพบซากศพของปลายรุ้งถูกซ่อนอยู่ใต้สระว่ายน้ำของคอนโดแต่การพบซากศพของปลายรุ้งกลับก่อปัญหา เพราะทำให้วิญญาณของเธอกลับมาด้วยความแค้น และมีอำนาจมากขึ้น ปลายรุ้งกลับมาฆ่าป้านวล และอุ๋มอย่างโหดเหี้ยม และจะตามฆ่าพฤกษ์กับเดือนด้วย พฤกษ์จึงพาเดือนไปพักอยู่กับเขาที่บ้าน

เชิดชาย เป็นผู้จัดการคอนโดที่มีจิตวิปริตชอบแอบบันทึกภาพสาวๆในคอนโด เชิดชายหลงรักเดือนและเคยแอบใส่ยาปลุกเซ็กส์ในขนมแล้วหลอกให้เดือนกินเพื่อจะขืนใจ แต่เป็นโชคดีของเดือนที่วิญญาณปลายรุ้งเข้าสิงเธอและเล่นงานเชิดชายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด นับแต่นั้นมาเชิดชายจึงไม่กล้าเข้าใกล้เดือนอีกต่อไป
เชิดชายมักจะเอาเทปบันทึกภาพวงจรปิดเก่าๆมานั่งดูเพื่อหาภาพหลุดโป๊ ๆ ของหญิงสาวในคอนโด และเขาก็พบกับภาพของปลายรุ้งที่ถูกชายคนหนึ่งอุ้มออกมาจากห้องพักห้องหนึ่งในสภาพหมดสติ เชิดชายจึงคิดวางแผนเรียกเงินเพื่อแบล๊คเมล์ชายเจ้าของห้องและชายคนนั้นก็คือ ปรเมศก์
ปรเมศก์เป็นเพื่อนตำรวจรุ่นเดียวกับพฤกษ์แต่อยู่หน่วยปราบปรามยาเสพติดและติดยาเสพติดอย่างหนัก ปรเมศก์รู้จักกับสาครและสาครเป็นเพื่อนกับพลภัทร เมื่อปรเมศก์รู้ว่าพลภัทรต้องการเขี่ยปลายรุ้งทิ้งเขาจึงอาสาจัดการให้ แต่เมื่อพฤกษ์เข้ามาติดตามสาครและพลภัทร ปรเมศก์กลัวว่าตัวเองจะเดือนร้อน เขาจึงจัดการเก็บทั้งสาครและพลภัทรเพื่อฆ่าปิดปาก ดังนั้นเมื่อเชิดชายโทรหาปรเมศก์เพื่อแบล๊คเมล์ ปรเมศจึงซ้อนแผนและฆ่าเชิดชายทิ้ง แต่ปรเมศก์กลับหาซีดีวงจรปิดไม่เจอ
เชิดชายทิ้งซีดีไว้ที่ห้องของเดือน พฤกษ์และเดือนมาเจอแต่ไม่รู้ว่าเป็นซีดีอะไร จึงเอาซีดีให้ปองชัยไปดู ปรเมศก์เห็นซีดีอยู่กับปองชัย จึงหลอกปองชัยไปฆ่าทิ้ง
พฤกษ์เสียใจมากกับการตายของปองชัย เขาลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การตาย ของสาคร วีณา พลภัทร และปองชัย ล้วนแต่มีปรเมศก์มาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น พฤกษ์มั่นใจว่าปรเมศก์ต้องเป็นฆาตกร พฤกษ์จึงรายงาน ผู้กำกับครรชิต ซึ่งเป็นหัวหน้าของเขา เพื่อขอดำเนินการควบคุมตัวปรเมศก์ไว้ก่อนในขั้นแรก แท้จริงแล้วผู้กำกับครรชิตคือฆาตกรที่ฆ่าปลายรุ้งครรชิตมีรสนิยมชอบเซ็กส์กับเด็กสาวและเป็นซาดิสม์ ปรเมศก์มักจะล่อลวงพาเด็กสาว ๆมาให้ครรชิตขืนใจแล้วถ่ายวีดีโอเก็บไว้ เช่นเดียวกับปลายรุ้งที่ถูกมอมยาและขืนใจอย่างอำมหิตเพราะครรชิตเอาถุงคลุมหัวเธอไว้และพลั้งเผลอบีบคอเธอตายอย่างไม่ตั้งใจ ครรชิตสั่งให้ปรเมศก์ฆ่าพฤกษ์ และครรชิตก็ตามมาเก็บปรเมศก์อีกที โดยหารู้ไม่ว่าพฤกษ์ยังไม่ตาย ในขณะเดียวกันวิญญาณของปลายรุ้ง ก็ลำดับเรื่องและเห็นภาพเหตุการณ์จนรู้ว่าครรชิตเป็นคนฆ่าเธอ ปลายรุ้งหาทางจะฆ่าครรชิตเพื่อให้สาสมกับความแค้น เดือนพยายามหาทางหยุดความแค้นของปลายรุ้ง เพราะก่อนป้านวลตาย บอกว่าเดือนเป็นเพียงคนเดียวที่จะจัดการกับปลายรุ้งได้ เดือนเรียกวิญญาณปลายรุ้งมาเพื่อจะสะกดวิญญาณไว้ แต่กลับพ่ายแพ้อำนาจของปลายรุ้ง ทำให้เธอถูกปลายรุ้งครอบงำอีกครั้ง วิ


ญญาณปลายรุ้งในร่างของเดือน หลอกล่อผู้กำกับครรชิตมาได้ ปลายรุ้งทรมานครรชิต เหมือนที่ครรชิตเคยทำกับเธอ และฆ่าครรชิตตายอย่างโหดเหี้ยม เมื่อพฤกษ์กลับมาหาเดือนที่บ้าน ก็พบว่าเดือนถูกวิญญาณปลายรุ้งสะกดไว้ ปลายรุ้งบังคับให้เธอฆ่าพฤกษ์ เดือนยิงพฤกษ์ด้วยน้ำตา เดือนพยายามฝืนอำนาจของปลายรุ้ง จนสามารถจัดการกับวิญญาณของปลายรุ้งได้ เดือนร้องไห้เพราะคิดว่าพฤกษ์ตายด้วยน้ำมือของเธอ แต่พฤกษ์ก็ลืมตาขึ้นมากอดเดือน พร้อมกับบอกว่า เขาไม่มีวันทิ้งเธอไปง่ายๆ พร้อมทั้งขอเธอแต่งงาน ทั้งสองกอดกันอย่างมีความสุข

เรื่องย่อ: ดงผู้ดี



เด็กหญิง ขม (ณฐพร เตมีรักษ์) วัย 10 ขวบเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ รู้เพียงแต่ว่ามีแม่ชื่อ แข (จริยา แอนโฟเน่) ซึ่งจำเรื่องราวอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม่รู้เพียงแต่ว่าตัวเองชื่อแข
และมีลูกชื่อขมอย่างอื่นจำไม่ได้ รวมทั้งจำไม่ได้ว่าทำไมหลังแม่จึงบาดเจ็บจนกลายเป็นคนหลังค่อมแม่ลูกได้รับการอุปการะจากคุณครูสมพร คุณครูผู้ใจดีมีฐานะเป็นครูใหญ่และเจ้าของโรงเรียนสมพรอนุกูลแล้ววันหนึ่งขมก็ได้เจอพ่อเมื่อครูสมพรจัดงานวันเกิดให้พี่ชายคือท่านข้าหลวงสมศักดิ์ พิทักษ์เขต แล้วใครคนหนึ่งก็เข้ามาหาแม่เรียกแม่ว่า “แข” แม่จำเขาได้และบอกขมว่าจำได้แล้วว่าใครเป็นพ่อขม แม่ฝากขมไว้กับเขาคนนั้นและแม่ก็สิ้นลม


เมื่อจัดงานศพแม่เสร็จ “เขา” ซึ่งขมเข้าใจว่าเป็นพ่อ บอกกับใครๆว่าชื่อ“พิทย์ รุ้งพลาย” (ธนากร โปษยานนท์)พิทย์พาขมเข้ากรุงเทพฯและนำขมไปฝากไว้กับเพื่อนเก่าชื่อ รังสรรค์ รัตนเดชากร (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ให้เลี้ยงดูแลให้การศึกษาเสมอด้วยลูกสาวสองคนของเขา คือ รติรสและพจนีย์ (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) รังสรรค์ข่มความโกรธและจำใจรับขมไว้ ขมอยู่ในบ้านอย่างไม่มีความสุขเพราะรังสรรค์และบุหงา ภรรยาใหม่ของเขาไม่ชอบหน้าสั่งให้ทำงานเสมือนเด็กรับใช้คนหนึ่ง ดีที่มีเพื่อนเล่นอย่างรัฐ และรัมภ์ พิชัยรณรงค์ สองพี่น้องหลานชายของคุณหญิงนรราชเสวี ที่อยู่บ้านติดกันจึงพอจะคลายเหงาไปบ้าง ฝ่ายพิทย์เดินทางไปต่างประเทศจะไม่มีข่าวคราวแต่พิทย์หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ชวาล สุรบดินทร์ ได้ฝากญาติผู้น้องคือ ชาติสยาม สุรบดินทร์ (กฤษฎา พรเวโรจน์) ให้ช่วยดูแลขมด้วย หากเขาเป็นอะไรไป


ไพลิน รัตนเดชา พี่สาวของรังสรรค์ เกิดสงสัยว่าขมเป็นลูกของใครเพราะหน้าตาเหมือนใครคนหนึ่งที่เธอรู้จักแต่คุณหญิงรัตน เดชากร ก็มั่นใจว่าขมเป็นลูกของ แขนภา นิติการ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของขุนนิติการดำรงค์ ทนายประจำตระกูลรัตนเดชากร วันเวลาผ่านไปหลายปีจนเด็กหญิงขมโตเป็นสาวสวยเธอนับวันรอพ่อกลับมารับแต่ก็ไม่เคยเจอพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ภาสธร ลูกชายคนเดียวของคุณไพลินเพิ่งกลับมาจากอเมริกา ได้นำข่าวของพิทย์มาบอกว่าสบายดีไม่ต้องเป็นห่วงทำให้ขมรู้สึกสบายใจขึ้นแล้วในที่สุดชาติสยามก็เดินทางมาถึงเมืองไทย ชาติสยามได้บอกให้หม่อมเจ้าหญิงโสมวดี สุรบดินทร์ คุณแม่ของเขาทราบว่า ชวาลญาติผู้พี่ของเขาได้เสียชีวิตแล้วโดยได้เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติของเขาทั้งหมดให้กับขม


คุณหญิงรัตนเดชากรและคุณไพลินทั้งคู่มั่นใจว่าขมเป็นหลานสาวของตนเองและเป็นลูกของแขนภากับรังสรรค์จึงพยายามถามประวัติของพิทย์ รุ้งพลายจากชาติสยามจึงได้รู้ความจริงว่าชื่อจริงคือ ชวาล สุรบดินทร์เคยเป็นเพื่อนรักของรังสรรค์ซึ่งไปมาหาสู่กันเสมอแต่มาผิดใจกันเพราะรังสรรค์เข้าใจว่าชวาลเป็นชู้ของแขนภาภรรยาคนแรกซึ่งเป็นแม่ของรติรสด้วยประกอบกับช่วงนั้นรังสรรค์ไปถูกใจสาวคนใหม่ชื่อบุปผาพี่สาวของบุหงา จึงทำให้แขนภาตรอมใจและหนีหายออกจากบ้านไปโดยไม่มีข่าวคราว ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าหนีตามชวาลไป เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวคุณหญิงรัตนเดชากรและไพลินเชื่อมั่นว่า ขมเป็นหลานของเธออย่างแน่นอนจึงขอร้องให้ชาติสยามติดต่อชวาลเพื่อมายืนยันความเป็นจริง ชาติสยามจึงเล่าให้ทั้งสองทราบว่าชวาลสียชีวิตแล้วแต่ได้ทิ้งเอกสารสำคัญไว้ให้เปิดดูตอนขมอายุ18ปี


เมื่อรังสรรค์รู้ความจริงว่าขมเป็นลูกของตนจึงรู้สึกสำนึกผิดและพยายามทำดีกับขม แต่ขมก็ไม่สามารถยอมรับได้ว่ารังสรรค์เป็นพ่อเพราะสิ่งที่รังสรรค์ได้ทำไว้กับขมนั้นเกิดจะให้อภัยได้ส่วนรัฐขอขมแต่งงานหลังเรียนจบ ขมเองแม้จะไม่ได้รักรัฐแต่ใจอยากจะไปจากบ้านก็เลยยอมตามใจรัฐ แต่สุดท้ายขมก็เปลี่ยนใจไม่แต่งงานกับรัฐ ส่วนชาติสยามกำหนดวันแต่งงานกับรุ้งกาญจน์หลังวันที่ขมเดินทางไปเรียนต่อแต่รัฐขอทำปริญญาโทในเมืองไทยเพราะเป็นห่วงคุณหญิงนรราชเสวี ขมได้เขียนจดหมายมาเล่าให้ฟังว่ารู้จักหนุ่มนักเรียนไทยชื่อปิยะ ปิติกุล มีความสนิทสนมกันมากและ ปิยะได้ขอหมั้นขมไว้ก่อน


คุณรังสรรค์ป่วยหนักเป็นมะเร็งที่ตับเขาขอร้องอยากจะพบหน้าขมก่อนตายขมยอมละทิฐิไปเยี่ยมพ่อเป็นครั้งสุดท้ายทำให้รังสรรค์ดีใจมากคุณรังสรรค์ตายอย่างสงบท่ามกลางความเสียใจของทุกคน รัฐกับรติรสก็คิดจะหมั้นกันไว้ก่อน หลังงานเผาของพ่อรุ้งกาญจน์เกิดอุบัติเหตุรถที่นั่งไปชนกับแท็กซี่อาการสาหัสมาก โดยก่อนสิ้นใจเธอได้ฝากขมให้ช่วยดูแลชาติสยามด้วยหลังจากรุ้งกาญจน์ตายไปชาติสยามก็พยามทำงานหนักเพื่อให้ลืมเรื่องราวต่างๆ ส่วนขมก็กลับไปเรียนต่อจนจบ หนึ่งปีผ่านไปเมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้ง ชาติสยามไม่ได้ตั้งความหวังใดๆเพราะคิดว่าขมจะหมั้นและแต่งงานกับปิยะแต่แล้วขมก็ปฎิเสธปิยะไปทำให้ชาติสยามมีความหวังอีกครั้งจึงขอขมแต่งงานซึ่งขมไม่ปฎิเสธเพราะในใจนั้นรักและเทิดทูนอาชาติสยามมาตลอด


บทประพันธ์ : -บทโทรทัศน์ : -กำกับการแสดง : พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง

ออกอากาศทุกวัน : ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทเป็น รังสรรค์ รัตนเดชากร : ชายวัย 40 ต้นๆ เมื่อเริ่มเรื่อง เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลเก่าแก่ ที่มั่งคั่ง จึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างค่อนข้าง จะเอาความคิด และอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เต็มไม้เต็มมือนัก เพราะยังมีแม่( คุณหญิงรัตนเดชากร – คุณจารุวรรณ ปัญโญภาส )และพี่สาว ( คุณไพลิน – คุณชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ ) คอยทัดทานเสมอ เป็นคนอารมณ์ร้อน และเชื่อมั่นว่าความคิด การตัดสินใจของตัวเองถูกต้องเสมอ ไม่ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และพร้อมจะโยนให้เป็นความผิดของคนอื่น


จริยา แอนโฟเน รับบทเป็น แขนภา นิติการ : ลูกสาวขุนนิติการดำรง ทนายความประจำตระกูล รัตนเดชากร เมื่อพ่อตายคุณหญิงรัตนเดชากรจึงนำมาเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรม เธอสวยงามหมดจดทั้งกายและใจ อ่อนหวาน มารยาทงามเยี่ยงหญิงไทยที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี การศึกษาไม่ใช่ขี้ๆ อ่านออกเขียนได้แตกฉานประมาณนึง เป็นที่รักของคนในบ้านพุทธชาด รวมทั้งรังสรรค์ซึ่งรักอย่างโงหัวไม่ขึ้น แขนภาเองก็รักรังสรรค์อย่างมอบ หัวใจ และความภักดีให้ทั้งหมด จนกระทั่งมีลูกคนแรกด้วยกัน( รติรส )

แต่จู่ๆ ความหวัง ความฝัน ก็ต้องพังทลายเพราะรัง ณฐพร เตมีรักษ์ รับบทเป็น ขม รุ้งพราย : เริ่มเรื่องอายุ 10-11 ขวบ เป็นเด็กกำพร้าพ่อ อยู่กับแม่อย่างรอคอยความหวังว่าซักวัน จะได้รู้ชาติกำเนินตัวเอง เพราะรู้สึกต่ำต้อยที่ตัวเองไม่มีพ่อเหมือนคนอื่น แต่คนที่อยู่รายล้อม พร่ำสอนอบรมอย่างดีเสมอ ขมจึงมีพื้นฐานจิตใจที่อ่อนโยน แต่แข็งแกร่ง ต่อต้านความไม่ยุติธรรมและการเอารัดเอาเปรียบ หรือแม้แต่ความเหลื่อมล้ำ ทางฐานะและสภาพในสังคม เมื่อแม่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ชีวิตทั้งชีวิตขมจึงฝากไว้กับพ่อ (พิทย์ รุ้งพราย ) แต่ความสุขแสนสั้น เพราะพ่อต้องพาขมไปฝากไว้ทีเพือนเก่า


กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบทเป็น ชาติสยาม สุรบดินทร์ : หนุ่มไม่น้อยไม่ใหญ่ วัยสามสิบต้นๆ นักเรียนเก่งอังกฤษ กิริยามารยาทจึงสง่าผ่าเผย เป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว ไม่มีตกหล่น อ่อนโยน เก็บอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มองโลกในแง่ดีเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลและคุณธรรมนำทาง ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการดำเนินชีวิต และความรู้สึกของคนรอบตัว แต่ไม่ใช่ผู้ชายอ่อนไหว ชาติสยามรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ อนาคตไกล พื้นฐานครอบครัวเป็นตระกูลเก่า ที่ทำคุณเอนกอนันต์ต่อประเทศชาติ ความองอาจภาคภูมิใจจึงออกมาทุกลมหายใจ


ธนากร โปษยานนท์ รับบทเป็น ชวาล (พิทย์ รุ้งพราย ) : เพื่อนรักเพื่อนสนิทของรังสรรค์ เรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ จนเป็นหนุ่มก็ยังรักและผูกพันไว้ใจเพื่อนจนร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน ชวาลเป็นผู้ดีอย่างยิ่งยวด สุภาพอ่อนโยน และให้เกียรติทุกคน จนดูเหมือนถ่อมตัวเอง ยกย่องคนอื่นให้สูงกว่าตนเสมอ จริงใจไม่มีเลห์กล หรือหวังผลประโยชน์ ใดๆ จากใคร ทำอะไรจะทุ่มเทสุดตัวสุดกำลัง ชวาลเป็นผู้ชายโรแมนติกมาก แต่ก็เก็บซ้อนความรู้สึกมิดชิด แม้แต่เรื่องความรัก ความจริงเขาแอบหลงรักแขนภาตั้งแต่แรกพบ แต่ความที่สุภาพและอ่อนโยน


เ จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบทเป็น คุณหญิงรัตนเดชากร : หญิงม่ายวัยหกสิบต้นๆ สามีจากไปนานมากแล้ว ดูแลลูกหลานในฐานะประมุขของบ้านด้วยความเมตตาปราณี เที่ยงธรรมและเหตุผล ชีวิตสงบนิ่งเพราะใช้ธรรมะนำทาง เฝ้ามองความเป็นไปทุกอย่างด้วยความสุขุม แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจอะไรก็เฉียบคม เด็ดขาดมีอำนาจในตัวเอง จนใครหน้าไหนก็ต้องเกรง ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เพราะให้เกียรติมนุษย์ทุกคนเสมอกัน (ผู้ดีโดยแท้) เกียรติยศและศักดิ์ศรีอยู่ในความคิดจิตใจ ไม่ต้องปั้นแต่ง บารมีจึงฉายแสงออกมาด้วยตัวของมันเอง จากทุกท่วงท่า


คุณหญิงรับเ ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ รับบทเป็น ไพลิน รัตนเดชากร : วัยสี่สิบต้นๆ แก่กว่ารังสรรค์สองปี พี่สาวรังสรรค์..คุณไพลินใกล้ชิดคุณหญิงมาก จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีครอบครัว ครองตัวเป็นโสด ไม่ใช่เพราะไม่ปรารถนาความรัก แต่เพราะเธอเลือกที่จะใช้เวลาทั้งหมดดูแลแม่อย่างใกล้ชิด และจากการได้เห็น ตัวอย่างความล้มเหลว ของครอบครัวรังสรรค์ เห็นความโลเลของจิตใจผู้ชาย เธอจึงเข็ดขยาด และปวารณาตัวเองว่าจะไม่ขอแบกความทุกข์จากการมีความรัก สงบนิ่ง คิดและทำมากกว่าพูด แต่ถ้าได้พูด คำเดียวก็สยบมารได้เหมือนกัน เป็นหูเป็นตาแทนคุณหญิงได้ทุกเรื่อ ง


มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล รับบทเป็น บุหงา รัตนเดชากร : เมียคนล่าสุดของรังสรรค์ อายุน่าจะเฉียดสามสิบ ใกล้วัยสาวสะพรั้งโรยรา เธอจึงต้องพิถีพิถันกับการฉาบปรุงโฉมตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเด็กๆ หลานๆมันเติบโต ความสาวไล่ขึ้นมาเปรียบเทียบ เธอยิ่งรู้สึกบาดใจรับไม่ได้ บุหงาเป็นน้องสาวเมียเก่ารังสรรค์ เธอตัดสินใจแต่งงานกับรังสรรค์ไม่ใช่ด้วยความรักแต่เพราะเงิน เธอรู้ดีว่ารัตนเดชากรล่ำซำประมาณนึง แล้วเรื่องอะไรจะปล่อยให้สิทธิอันพึงมีพึงได้จากพี่สาวตัวเองสูญเปล่าไปเฉยๆ ประกอบกับรถไฟขบวนสุดท้ายมาแล้วเรื่องอะไรเธอจะไม่กระโดดเข้าใส่


ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง รับบทเป็น พจนีย์ รัตนเดชากร : ลูกสาวคนเล็กของคุณรังสรรค์ เกิดมาอย่างได้รับการประคบประหงม เอาอกเอาใจ จากคนรอบๆตัว ในฐานะลูกคนเล็ก พจนีย์จึงได้ทุกอย่างที่อยากได้จนเคยตัว หัวอ่อนจนพร้อมจะซึมซับทุกอย่างที่ผู้ใหญ่ป้อนข้อมูลสั่งสอน อารมณ์ชัดเจน รู้สึกอย่างไร ก็แสดงออกมาอย่างนั้น ไม่ใช่คนขี้อิจฉา แต่เธอปกป้องสิทธิ์ ที่กำลังจะสูญเสียไปของเธอมากกว่า รักความสบายเพราะตั้งแต่เล็กก็ไม่ต้องทำอะไรเอง ความอดทน พากเพียร บากบั่น เพื่อความสำเร็จจึงน้อยกว่าใครๆ คิดตื้นๆ ง่ายๆ และยึดติดกับตัวกูของกู

My Blog List